Incentive China
ภาพปกทีมจัดซื้อไทยแบ่งพื้นที่เดิน Canton Fair สองวันด้วยแผนผังหมวดสินค้า

Canton Fair สองวัน แบ่งทีมเดินยังไงให้เก็บข้อมูลผู้ขายในเฟสที่เลือก

8 สิงหาคม 2569 9 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

เปิดแผนผัง Canton Fair พร้อมรายชื่อสินค้าที่อยากหา ฝั่งหนึ่งอยากแวะบูธเครื่องจักร อีกฝั่งมีรายการอุปกรณ์ที่ต้องกลับไปเทียบ แล้วคำถามก็มาว่ามีแค่สองวัน จะแยกกันเดินยังไงให้ได้ข้อมูลกลับมาคุยต่อ เริ่มจากเลือกเฟสให้ตรงสินค้า แล้วให้ทีม A รับหมวดหลัก ทีม B สำรวจหมวดรองในเฟสเดียวกัน วันแรกเก็บข้อมูลเพื่อคัดรายชื่อ ส่วนวันที่สองกลับไปคุยรายที่น่าสนใจ บทนี้จะช่วยวางหน้าที่ของแต่ละทีมและเตรียมแบบจดที่ใช้เทียบผู้ขายได้หลังจบงาน

canton fair สองวัน แบ่งทีมเดินฮอลล์แบบไหนดี

ก่อนแบ่งคน ลองถามกันให้ชัดว่า ทริปนี้ต้องกลับมาพร้อมคำตอบเรื่องอะไร จะหาแหล่งผลิตสินค้าหลัก เปรียบเทียบผู้ขายเดิมกับรายใหม่ หรือสำรวจของที่อาจต่อยอดธุรกิจ? คำตอบนี้ช่วยแยกได้ว่าบูธไหนควรให้เวลาคุย และบูธไหนเก็บข้อมูลไว้ก่อน ไม่จำเป็นต้องพาทุกคนเดินตามกันตลอดงาน

ทีมองค์กรไทยพูดคุยระหว่างการเยี่ยมชมธุรกิจในจีน
ทีมองค์กรไทยพูดคุยระหว่างการเยี่ยมชมธุรกิจในจีน

Canton Fair หรือ China Import and Export Fair ที่เรียกกันว่ากวางเจาเทรดแฟร์ แบ่งรอบจัดงานย่อยตามหมวดสินค้าเป็น Phase หรือเฟส ถ้ามีเวลาเดินสองวัน ให้ตั้งเป้าเก็บหมวดที่ต้องการในเฟสที่เลือก การแบ่งทีมช่วยให้สำรวจได้กว้างขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้สินค้าทุกเฟสมาจัดพร้อมกัน และไม่ควรรับปากว่าจะเดินครบทุกบูธ

สำหรับรอบที่ 140 ตารางจัดงานระบุไว้ดังนี้ ใช้เช็คก่อนเลือกวันเดินทาง โดยยืนยันกำหนดการล่าสุดกับผู้จัดอีกครั้งก่อนจอง

เฟสวันจัดงานหมวดสินค้าที่ใช้ตั้งต้นแบ่งทีม
Phase 1 / เฟส 115 - 19 ต.ค. 2026เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร พลังงาน ยานยนต์ แสงสว่าง ฮาร์ดแวร์และเครื่องมือ
Phase 2 / เฟส 223 - 27 ต.ค. 2026ของใช้ในบ้านและครัว ของขวัญ ของตกแต่ง วัสดุก่อสร้าง สุขภัณฑ์และเฟอร์นิเจอร์
Phase 3 / เฟส 331 ต.ค. - 4 พ.ย. 2026ของเล่น สินค้าเด็ก แฟชั่น สิ่งทอ รองเท้า กระเป๋า สุขภาพ อาหารและสินค้าสัตว์เลี้ยง

ถ้ารายการที่ต้องหาอยู่ต่างเฟส ต้องเลือกว่าหมวดไหนเป็นเป้าหมายของทริปนี้ก่อน ส่วนที่เหลือค่อยวางแผนติดต่อต่างหาก อย่านำรายการทั้งหมดมาแบ่งครึ่งให้คนละทีมแล้วคาดว่าจะเจอในวันเดียวกัน เมื่อได้เฟสแล้ว ใช้ระบบค้นหาผู้แสดงสินค้าและสินค้าของงานทำรายชื่อบูธที่สนใจ จากนั้นค่อยจับเข้ากับแผนผังทางการที่เช็คใกล้วันไป

ทีม A ลุยโซนสินค้าหลักของเฟส

ให้ทีม A ถือรายการที่เป็นเหตุผลหลักของการมางาน ถ้ามาเฟส 1 เพื่อหาเครื่องจักร ทีมนี้ก็ควรเริ่มจากผู้ขายเครื่องจักรที่ตรงกับงานผลิตของตัวเอง ส่วนคนที่รู้รายละเอียดการใช้งานควรอยู่ด้วย เพื่อช่วยแยกว่าสิ่งที่เห็นเหมาะกับโจทย์จริงหรือแค่ดูน่าสนใจหน้าบูธ

ก่อนแยกกันเดิน เขียนคุณสมบัติที่ขาดไม่ได้กับจุดที่ยืดหยุ่นได้ไว้ให้ชัด เช่น ลักษณะการใช้งาน วัสดุที่ต้องการ หรือข้อจำกัดของสินค้าที่ใช้อยู่ ให้ทุกคนอ่านแล้วเข้าใจตรงกัน หากบูธไหนไม่ตรงเงื่อนไขหลัก จะได้ตัดสินใจเดินต่อโดยไม่ต้องรอถามกลับทั้งทีม

หน้าที่ของทีม A คือกลับมาบอกได้ว่าใครควรนัดคุยต่อและเพราะอะไร ลองใช้คำถามสั้น ๆ ว่า “รายนี้ตอบโจทย์ตรงไหน และยังขาดคำตอบเรื่องอะไร?” ถ้าจดได้เพียงชื่อบริษัทกับรูปสินค้า ยังไม่พอสำหรับเลือกนัดวันถัดไป แต่ก็ไม่ต้องรีบคุยทุกเงื่อนไขจนหมดตั้งแต่รอบสำรวจ

ถ้ามีคนช่วยแปล ให้ตกลงคำเรียกสินค้าและประเด็นสำคัญก่อนเข้าบูธด้วย เวลาคำตอบไม่ชัด ควรขอให้ผู้ขายอธิบายหรือส่งรายละเอียดเพิ่ม แล้วจดว่ายังต้องยืนยัน อย่าให้ความเข้าใจคลาดเคลื่อนกลายเป็นเหตุผลที่ทีมเลือกหรือตัดผู้ขายรายนั้น

ทีม B สำรวจผู้แสดงสินค้าในหมวดสินค้ากลุ่มรอง

ทีม B รับหมวดรองที่เกี่ยวกับโจทย์เดียวกัน เช่น หากกำลังหาเครื่องจักรในเฟส 1 ก็อาจสำรวจฮาร์ดแวร์หรือเครื่องมือที่เกี่ยวกับงานของบริษัท โดยเช็คก่อนว่ารายการที่ต้องการมีผู้แสดงสินค้าในเฟสนี้จริง หมวดรองควรเป็นสิ่งที่ทีมตั้งใจหาไว้แล้ว ไม่ใช่ทุกอย่างที่บังเอิญเดินผ่าน

ส่งโจทย์ให้ทีมนี้ชัดพอ ๆ กับทีมหลัก พร้อมตกลงว่าเจอแบบไหนจึงควรเรียกอีกฝั่งมาดู ถ้าพบสินค้าที่ตรงความต้องการหลักมากกว่าที่คิด ให้ส่งชื่อบริษัท ตำแหน่งบูธ และเหตุผลที่ควรแวะกลับมา การส่งเพียงรูปพร้อมข้อความว่า “น่าสนใจ” ยังทำให้อีกทีมตัดสินใจยากว่าจะเปลี่ยนเส้นทางดีไหม

คำว่าทีม A และทีม B เป็นชื่อหน้าที่ที่เราตั้งกันเอง ไม่ได้ผูกกับ Area A หรือ Area B ของสถานที่จัดงาน เส้นทางจริงต้องอิงหมวดสินค้า ตำแหน่งผู้แสดงสินค้า และแผนผังรอบที่ไป อย่าล็อกว่าแต่ละทีมต้องอยู่ฝั่งใดจากแผนของรอบเก่า

ก่อนเริ่มเดินควรตกลงช่องทางส่งข้อมูลและจุดนัดพบไว้ด้วย ถ้ารายชื่อบูธทับกัน ให้ระบุว่าใครเป็นคนคุยหลัก อีกทีมจะได้ไม่เข้าไปถามซ้ำโดยไม่รู้ว่ามีคนนัดหมายไว้แล้ว ส่วนบูธที่อยู่นอกโจทย์ เก็บชื่อไว้พิจารณาภายหลังได้ ไม่ต้องเปลี่ยนแผนทุกครั้งที่เห็นของใหม่

อ่านต่อ: Canton Fair Phase ไหน มีสินค้าอะไร สรุปข้อมูล 3 เฟส

สิ่งที่แต่ละทีมต้องทำเพื่อเก็บข้อมูลโรงงานให้ครบ

นามบัตรที่วางรวมกันหลังงานจะมีประโยชน์ขึ้นมาก ถ้ารู้ว่าแต่ละใบคู่กับสินค้าชิ้นไหนและคุยอะไรไว้ ให้ทั้งสองทีมใช้แบบจดเดียวกันตั้งแต่ต้น จะเป็นเอกสารร่วมกันหรือแบบฟอร์มที่ทุกคนถนัดก็ได้ ขอให้เปิดดูแล้วตามเรื่องต่อได้โดยไม่ต้องรอคนที่คุยหน้าบูธมาเล่าทั้งหมดใหม่

คอลลาจคนล้วนแสดงล่าม รถรับส่ง และทีมประชุมในทริปจัดซื้อจีน
คอลลาจคนล้วนแสดงล่าม รถรับส่ง และทีมประชุมในทริปจัดซื้อจีน

ก่อนวันเดินงาน ให้แต่ละคนเช็คสถานะผู้เข้าร่วมและขั้นตอนเรื่องบัตรผู้ซื้อผ่านช่องทางทางการ บริการสำหรับผู้ซื้อของ Canton Fair มีทั้งการลงทะเบียนล่วงหน้าและการขอหนังสือเชิญ แต่ต้องดูว่ากรณีของตัวเองต้องทำอะไรบ้าง หากต้องกรอกข้อมูลหรือส่งเอกสาร ให้เข้าผ่านระบบผู้ซื้อของผู้จัดโดยตรง และแยกเวลาเตรียมเรื่องนี้ออกจากแผนคุยบูธ

เวลาเจรจากับผู้แสดงสินค้าที่ระบุสำหรับงานคือ 9:30 - 18:00 ใช้เป็นกรอบวางนัดได้หลังเช็คข้อมูลล่าสุดอีกครั้ง ส่วนเวลาทำบัตรต้องตรวจต่างหาก อย่าใช้เวลาเจรจาแทนเวลาบริการลงทะเบียน จากนั้นเผื่อช่องว่างในตารางสำหรับเดินระหว่างนัด พัก และทบทวนข้อมูลตามสภาพหน้างาน

วันแรก สแกนบูธและเก็บข้อมูลกว้างๆ

เริ่มจากรายชื่อที่ค้นไว้ผ่านระบบผู้แสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ของ Canton Fair พอถึงบูธให้บอกสั้น ๆ ว่ากำลังหาอะไรและจะนำไปใช้อย่างไร แล้วดูว่าผู้ขายมีสินค้าที่ตรงโจทย์หรือไม่ หากเข้าเค้า ค่อยขอรายละเอียดที่ช่วยตัดสินใจว่าจะกลับมาคุยต่อ ไม่ต้องพยายามเก็บทุกเรื่องจากทุกราย

แบบจดด้านล่างเป็นแนวทางที่ปรับใช้ได้ตามสินค้า ช่องไหนยังไม่ได้คำตอบให้เขียนว่า “รอยืนยัน” พร้อมระบุว่าจะถามใครต่อ จะได้แยกข้อมูลที่มีแล้วออกจากสิ่งที่ทีมคาดไว้เอง

สิ่งที่ควรจดรายละเอียดที่ช่วยให้คุยต่อได้
บริษัทและผู้ติดต่อชื่อบริษัท ชื่อคนที่คุย ช่องทางติดต่อ และตำแหน่งบูธตามข้อมูลหน้างาน
สินค้าที่สนใจชื่อหรือรหัสรุ่น รูปที่ได้รับอนุญาตให้ถ่าย และจุดที่ตรงกับความต้องการ
บทบาทของผู้ขายคำตอบว่าเป็นผู้ผลิตหรือผู้ค้า พร้อมสิ่งที่ยังต้องขอหลักฐานเพิ่ม
ประเด็นที่ยังไม่ชัดรายละเอียดสินค้า เงื่อนไขการผลิต หรือเอกสารที่ผู้ขายจะส่งตามมา
การติดตามเหตุผลที่ควรคุยต่อ ผู้นัดหมาย และคนในทีมที่รับเรื่อง

แยกข้อความที่ผู้ขายบอกออกจากข้อสังเกตของทีมให้เห็นชัด เช่น ผู้ขายแจ้งว่ารับผลิตตามแบบได้ แต่ทีมยังไม่ได้เห็นรายละเอียดรองรับ ก็ควรจดทั้งคำตอบและสิ่งที่ต้องขอต่อ การมีชื่ออยู่ในระบบค้นหาหรือมีบูธในงานยังไม่ยืนยันว่าเป็นโรงงานจริง รวมถึงยังใช้สรุปกำลังผลิตและตัวตนทางกฎหมายของบริษัทไม่ได้

ก่อนถ่ายรูปสินค้าหรือเอกสารให้ขออนุญาต แล้วผูกภาพเข้ากับชื่อบริษัทและรุ่นทันที ถ้ารอจัดรูปทีหลัง สินค้าที่คล้ายกันอาจทำให้จำสลับได้ นามบัตรก็ควรอยู่กับบันทึกของบูธนั้น ไม่แยกเก็บจนต้องมานั่งเดาว่าคุยกับใครไว้

ระหว่างวัน หากอีกทีมกำลังจะคุยหมวดใกล้กัน ให้ส่งประเด็นที่พบมาแบ่งกันอ่าน เช่น มีข้อกำหนดที่ต้องถามเพิ่มหรือชื่อรุ่นที่ควรใช้เทียบ ข้อมูลสั้น ๆ ที่มีบริบทช่วยให้อีกฝั่งถามต่อได้ ส่วนเรื่องที่ยังไม่แน่ใจให้ใส่คำถามไว้ ไม่ต้องรีบสรุปแทนผู้ขาย

เมื่อจบวัน ให้นำรายชื่อมาเทียบกับโจทย์เดิมแล้วแบ่งเป็นกลุ่มที่อยากกลับไปคุย กลุ่มที่รอรายละเอียดเพิ่มเติม และกลุ่มที่ยังไม่ตรงความต้องการ แต่ละรายควรมีเหตุผลสั้น ๆ รองรับ หากยังเลือกไม่ได้เพราะข้อมูลขาดเหมือนกัน ให้ใช้ช่องว่างนั้นเป็นคำถามสำหรับวันถัดไป แทนการจัดลำดับจากความประทับใจหน้าบูธอย่างเดียว

วันที่สอง คุยรายละเอียดกับผู้ขายเป้าหมาย

วันที่สองควรเริ่มด้วยรายชื่อที่คัดแล้วพร้อมคำถามเฉพาะราย ใครยังไม่ตอบเรื่องวัสดุก็ถามจุดนั้น ใครต้องส่งรายละเอียดรุ่นให้เทียบก็ขอดูข้อมูลต่อ อย่าเริ่มแนะนำความต้องการใหม่ทั้งหมดหากคุยไว้แล้ว เปิดบันทึกจากวันแรกให้ผู้ติดต่อช่วยยืนยันว่าเข้าใจตรงกันก่อนลงรายละเอียด

ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องแบ่งหน้าที่เหมือนวันแรกเสมอไป ถ้าบูธเป้าหมายต้องคุยเรื่องการใช้งานลึกขึ้น ให้คนที่รู้เรื่องนั้นเข้าร่วมนัด ส่วนอีกทีมไปติดตามรายที่ยังขาดเอกสารหรือเก็บข้อมูลหมวดรองต่อได้ กรณีมีคนตัดสินใจหรือคนช่วยแปลร่วมกัน ต้องจัดนัดให้เขาเข้าร่วมได้จริงก่อนรับปากผู้ขาย

ใช้คำถามที่พากลับไปสู่การตัดสินใจของเรา เช่น สินค้าตรงตามคุณสมบัติที่ต้องการหรือไม่ หากปรับแบบต้องให้ข้อมูลอะไร ผู้ขายจะส่งเอกสารใดให้ตรวจต่อ และจะติดตามเรื่องนี้ผ่านใคร สำหรับประเด็นที่มีผลต่อการสั่งซื้อ ให้ขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ทบทวนภายหลัง ไม่อาศัยความจำจากบทสนทนาเพียงอย่างเดียว

หากกำลังประเมินผู้ขายในฐานะโรงงาน ลองขอข้อมูลเกี่ยวกับผู้ผลิตและสถานที่ผลิตเพื่อพิจารณาต่อ โดยแยกให้ชัดว่าอะไรได้รับเอกสารแล้วและอะไรยังเป็นคำบอกเล่า ไม่จำเป็นต้องตัดสินให้เสร็จทุกเรื่องที่บูธ การมีคำถามค้างพร้อมคนรับผิดชอบติดตาม ย่อมใช้งานต่อได้มากกว่าข้อสรุปที่ยังไม่มีข้อมูลรองรับ

ก่อนจบนัด ทวนกันว่าแต่ละฝ่ายจะส่งอะไร ใครเป็นผู้รับ และจะติดต่อกันอย่างไร ถ้ามีตัวอย่างสินค้าที่อยากนำกลับ อย่าเพิ่งตกลงรับจนกว่าจะรู้ว่าทีมจะจัดการขนส่งอย่างไร เรื่องนี้ควรคุยให้จบแยกจากการเลือกผู้ขาย เพื่อไม่ให้มีของที่รับไว้แล้วแต่ไม่มีคนดูแลต่อ

อ่านต่อ: วิธีส่งกลับตัวอย่างสินค้าจาก Canton Fair มาไทย

หลังนัดสุดท้าย ให้รวบรวมคำตอบใหม่ลงบันทึกเดิมแล้วระบุเจ้าของงานติดตามแต่ละราย สิ่งที่ควรได้กลับมาคือรายชื่อที่มีเหตุผลให้คุยต่อ พร้อมข้อมูลที่ยังต้องยืนยัน ไม่จำเป็นต้องวัดผลจากจำนวนบูธที่เดินผ่าน ถ้าคนในบริษัทเปิดเอกสารแล้วรู้ว่าจะทำอะไรต่อ ทริปสองวันนี้ก็มีประโยชน์ต่อการตัดสินใจแล้ว

จบงานแฟร์ พาบริษัทดูโรงงานจริงที่กว่างโจวกับ BENS

ถ้าคุยในงานแล้วมีผู้ผลิตที่อยากเห็นสถานที่จริง ค่อยนำรายชื่อและคำถามที่ยังค้างมาวางแผนดูงานต่อในกว่างโจวและเซินเจิ้น ติดต่อ BENS เพื่อคุยเป้าหมายการเดินทางและการประสานตารางของทีม โดยให้ยืนยันการตอบรับจากโรงงานก่อนจัดนัดลงแผน ดูข้อมูลพื้นที่และตัวอย่างทริปได้จากลิงก์ด้านล่าง

สำหรับบริษัทที่มีประชุมร่วมด้วย บอกช่วงที่ทีมว่าง ผู้ที่ต้องเข้าร่วม และหัวข้อที่จะคุยตั้งแต่เริ่มวางแผน เพื่อให้การเดินแฟร์กับนัดหลังงานต่อกันได้ตามความต้องการ บริการ MICE ครอบคลุมงานประชุม อินเซนทีฟ และอีเวนต์องค์กร สามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นคุยเรื่องการประสานงานกับ BENS ได้

• ดูงานกว่างโจว-เซินเจิ้น

• บริการ MICE และจัดประชุมที่จีน

• โปรแกรมดูงานโรงงานกว่างโจว 4 วัน 3 คืน

คำถามที่พบบ่อย

มีเวลาไป Canton Fair สองวัน เดินได้ครบทุกเฟสไหม?

แต่ละเฟสจัดคนละช่วงวันและมีหมวดสินค้าต่างกัน ควรเลือกเฟสที่ตรงกับสินค้าที่ต้องการก่อน แล้วแบ่งทีมสำรวจหมวดหลักและหมวดรองภายในเฟสนั้น โดยไม่ตั้งเป้าว่าจะเดินครบทุกบูธ

ทีม A ต้องเดิน Area A และทีม B ต้องเดิน Area B หรือเปล่า?

ไม่จำเป็น ชื่อทีมใช้แบ่งหน้าที่ตามสินค้า เส้นทางจริงให้ดูตำแหน่งบูธและแผนผังทางการของรอบที่ไป โดยเช็คข้อมูลใกล้วันเดินงานก่อนกำหนดฮอลล์ให้แต่ละทีม

วันแรกกับวันที่สองควรทำอะไรต่างกัน?

วันแรกสำรวจผู้ขายและจดข้อมูลในแบบเดียวกันเพื่อคัดรายชื่อ วันที่สองกลับไปถามรายละเอียดที่ยังขาดกับรายที่ตรงโจทย์ พร้อมตกลงคนรับผิดชอบและวิธีติดต่อหลังงาน

มีบูธใน Canton Fair แปลว่าเป็นโรงงานจริงไหม?

ข้อมูลบูธและระบบค้นหาผู้แสดงสินค้ายังใช้ยืนยันว่าเป็นโรงงานจริงไม่ได้ ควรสอบถามบทบาทของบริษัท ขอข้อมูลผู้ผลิตและเอกสารที่เกี่ยวข้อง แล้วตรวจต่อก่อนตัดสินใจ

อยากไปดูโรงงานหลังจบแฟร์ ควรเริ่มเตรียมอย่างไร?

คัดรายชื่อผู้ผลิตที่ต้องการไปพบและระบุเรื่องที่อยากดูให้ชัด จากนั้นประสานการเข้าชมและรอการตอบรับก่อนลงนัดในแผน หากไปเป็นทีมบริษัท สามารถคุยกับ BENS เรื่องการจัดทริปดูงานในกว่างโจวและเซินเจิ้นได้

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: lin.ee/G7k4PEB
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565