
งบทริปจีนต่อหัว ถูกกว่าญี่ปุ่นเกาหลีแค่ไหนและอะไรที่จีนแพงกว่า
งบทริปจีน ต่อหัว เทียบกับญี่ปุ่นและเกาหลีแล้ว จีนมักได้เปรียบในหมวดโรงแรม มื้อกรุ๊ป รถโค้ช และไกด์ เมื่อส่ง brief เดียวกันให้ผู้ให้บริการเทียบ แต่ไม่ได้ต่ำกว่าทุกหมวด ตั๋วสถานที่ดัง ระบบกระเช้าและลิฟต์ในจางเจียเจี้ย โชว์ขนาดใหญ่ และการเดินทางช่วง Golden Week สามารถดึงงบขึ้นจนส่วนต่างหายไปได้
สำหรับโปรแกรมจีนที่ขายอยู่ ช่วงอ้างอิงคือ 43,000–72,000 บาท/ท่าน รวมตั๋วเครื่องบิน ขั้นต่ำ 20 ท่าน แบ่งตามระยะเวลา 4–6 วัน ตัวเลขนี้เป็นฐานตั้งงบ ไม่ใช่คำตอบว่าจีนต้องต่ำกว่าญี่ปุ่นหรือเกาหลีเสมอ คำตอบที่ใช้อนุมัติได้ต้องเทียบวันเดินทาง เมือง ระดับโรงแรม มื้ออาหาร รถ กิจกรรม และเงื่อนไขยกเลิกบนฐานเดียวกัน
งบทริปจีนต่อหัวต่ำกว่าญี่ปุ่นเกาหลีแค่ไหน?
คำตอบที่ใช้ทำงานได้คือ จีนมักให้ “ของในโปรแกรม” มากกว่าในงบเดียวกัน มากกว่าจะมีส่วนลดตายตัวทั้งทริป จากหลักฐานการปฏิบัติงานที่ผูกกับแผนนี้ โรงแรม 5 ดาวในเมืองจีนบางโจทย์อยู่ในระดับราคาที่ใกล้โรงแรม 4 ดาวในญี่ปุ่น และมื้อกรุ๊ปจีนอาจต่ำกว่าประมาณ 30–40% เมื่อเทียบเมนู จำนวนมื้อ ห้องส่วนตัว และเงื่อนไขเดียวกัน รถกับไกด์ก็มักมีพื้นที่จัดงบมากกว่า แต่ตัวเลขทั้งหมดต้องขอราคาใหม่ตามวันจริง
ทำไมจึงไม่ควรใช้เปอร์เซ็นต์เดียวทั้งทริป?
แพ็กเกจหนึ่งชุดประกอบด้วยต้นทุนที่เคลื่อนไหวคนละแบบ เที่ยวบินขึ้นกับเส้นทางและที่นั่งกรุ๊ป โรงแรมขึ้นกับเมืองและงานใหญ่ อาหารขึ้นกับมาตรฐานเมนู ส่วน attraction ขึ้นกับรายการที่เลือก หากนำส่วนต่างของมื้ออาหารไปคูณทั้งทริป จะทำให้ผู้อนุมัติเห็นตัวเลขต่ำเกินจริง
วิธีที่ถูกคือแยกใบเสนอราคาอย่างน้อย 8 บรรทัด ได้แก่ เที่ยวบิน โรงแรม อาหาร รถ ไกด์ ตั๋วสถานที่ กิจกรรมองค์กร และ contingency แล้วเทียบทีละบรรทัด ญี่ปุ่นมีตัวเลือกที่พักหลายระดับและราคาต่างตามทำเล ตามคู่มือของ Japan National Tourism Organization ส่วนเกาหลีก็มีทั้งโรงแรม แบรนด์ท้องถิ่น และที่พักหลายรูปแบบตามข้อมูลของ VISITKOREA จึงห้ามเทียบคำว่า “4 ดาว” โดยไม่เทียบย่าน ห้องพัก และมื้อเช้า
คำว่าได้มากกว่าควรหมายถึงอะไร?
สำหรับ HR ควรแปลเป็นสิ่งที่ตรวจรับได้ เช่น ห้องพักระดับใด ห้อง twin มีจริงกี่ห้อง มื้อใดมีห้องส่วนตัว รถขนาดใด ไกด์ดูแลกี่คน และมีพื้นที่สำหรับ gala dinner หรือไม่ หลีกเลี่ยงคำกว้างอย่าง premium ถ้าใบเสนอราคาไม่ได้ระบุองค์ประกอบ
สำหรับผู้บริหาร “ได้มากกว่า” อาจหมายถึงผู้เข้าร่วมเหนื่อยน้อยลง มีมื้อร่วมกันครบ หรือมีงบเหลือสำหรับช่วงมอบรางวัล ควรกำหนดความหมายนี้ก่อนเปิดราคา เพราะบางบริษัทต้องการโรงแรมเด่น บางบริษัทต้องการกิจกรรมเด่น และสองโจทย์นี้ใช้เงินคนละหมวด
เมื่อไรจีนอาจไม่ต่ำกว่าเลย?
จีนอาจไม่ต่ำกว่าเมื่อเลือกเมืองที่มีงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ เดินทางตรงวันหยุดยาว ใช้โรงแรม landmark เพิ่ม attraction หลายชั้น หรือต้องการโชว์ระดับใหญ่พร้อมที่นั่งดี หากกรุ๊ปเล็กกว่าฐานขั้นต่ำ ต้นทุนรถ ไกด์ และหัวหน้าทัวร์ต่อคนก็สูงขึ้นเช่นกัน
ช่วงวันชาติและวันหยุดต่อเนื่องต้องอ่านจากปฏิทินทางการ ไม่เดาจากปีเก่า ปฏิทินวันหยุดจีนปี 2026 เผยแพร่โดย The State Council of the People’s Republic of China HR ควรส่งวันเดินทางสำรองอย่างน้อยสองช่วงให้ supplier เช็ก inventory ก่อนขออนุมัติยอดสุดท้าย
ช่วงงบจีน 4–6 วันควรตั้งเท่าไร?
ใช้กรอบ 43,000–72,000 บาท/ท่าน รวมตั๋วเครื่องบิน ขั้นต่ำ 20 ท่าน เป็นฐานจากโปรแกรมที่มีอยู่ แล้วเลือกช่วงตามจำนวนวันก่อนเลือกของเสริม โปรแกรมที่สูงกว่ากรอบนี้ให้ระบุว่า “ออกแบบเฉพาะงาน ขอใบเสนอราคา” ไม่สร้างช่วงตัวเลขเพิ่มเอง
| ระยะเวลา | ช่วงราคาต่อท่าน | ใช้ตั้งต้นกับโจทย์แบบใด | จุดที่ต้องยืนยัน |
|---|---|---|---|
| 4 วัน | 43,000–49,000 บาท | อยู่เมืองเดียว เน้นไฮไลต์หลักและมื้อองค์กร | เที่ยวบิน เวลาถึง ห้อง twin และรายการที่รวม |
| 5 วัน | 52,000–60,000 บาท | เพิ่มวันเต็มหรือเมืองใกล้ มีพื้นที่สำหรับกิจกรรมทีม | รถระหว่างเมือง จำนวนมื้อ และสถานที่เสียค่าเข้า |
| 6 วัน | 69,000–72,000 บาท | เส้นทางยาวขึ้นหรือเพิ่มประสบการณ์หลักอีกชุด | เที่ยวบินหลายขา ค่าขนกระเป๋า และวันหยุดท้องถิ่น |
| สูงกว่ากรอบ catalog | ออกแบบเฉพาะงาน ขอใบเสนอราคา | โรงแรมหรือกิจกรรมเฉพาะ งาน gala และ production | scope of work, เงื่อนไขชำระ และ change control |
ฐานราคา: รวมตั๋วเครื่องบิน · ขั้นต่ำ 20 ท่าน · ราคาอ้างอิงจาก catalog ณ 3 สิงหาคม 2026 · ราคาจริงเปลี่ยนตามเมือง วันเดินทาง ที่นั่งกรุ๊ป โรงแรม และฤดูกาล ต้องยืนยันใหม่ก่อนล็อกงบ
ระดับ 4 วันเหมาะกับกรุ๊ปใด?
เหมาะกับทีมที่ต้องการคุมวันลาและอยู่เมืองเดียวทั้งทริป การลดจำนวนวันไม่ได้แปลว่าตัด buffer ทั้งหมด ควรเหลือเวลาสำหรับสนามบิน รถติด การรวมคน และมื้อสุดท้าย หากเที่ยวบินขากลับเช้า วันใช้งานจริงอาจเหลือน้อยกว่าชื่อโปรแกรม 4 วัน
ระดับ 5 วันซื้ออะไรเพิ่ม?
วันที่ห้าควรซื้อ “เวลาใช้งาน” ที่มีเหตุผล เช่น วันเต็มอีกหนึ่งวัน เมืองใกล้ที่เดินทางไม่หนัก หรือช่วงกิจกรรมองค์กร ไม่ควรใช้เพื่อเพิ่มจุดแวะสั้น ๆ หลายแห่ง เพราะค่าเดินรถและความเสี่ยงล่าช้าอาจสูงขึ้นโดยที่สมาชิกไม่ได้ประสบการณ์เพิ่มตามงบ
ระดับ 6 วันควรระวังอะไร?
เมื่อโปรแกรมยาวขึ้น ค่าเสียโอกาสและความเหนื่อยของทีมมีน้ำหนักมากขึ้น นอกจากราคาต่อหัว ให้ HR เช็กจำนวนวันทำงานที่หายไป จำนวนครั้งที่เปลี่ยนโรงแรม และการขนกระเป๋า หากต้องบินภายในจีนหรือใช้รถไฟความเร็วสูง ให้แยกตั๋ว สัมภาระ และ transfer เป็นบรรทัด ไม่รวมไว้ในคำว่า “เดินทางภายใน”

หมวดค่าใช้จ่ายจีน ญี่ปุ่น เกาหลีต่างกันตรงไหน?
จีนได้เปรียบชัดสุดเมื่อโจทย์ให้ความสำคัญกับโรงแรม มื้อกรุ๊ป และรถส่วนตัว ญี่ปุ่นมักมีต้นทุนโรงแรมเมืองหลักและการเดินทางที่ต้องออกแบบอย่างละเอียด ส่วนเกาหลีอยู่กึ่งกลางในหลายโจทย์ แต่ผลจริงเปลี่ยนตามวันและกิจกรรม ตารางนี้เป็น decision tool ไม่ใช่ rate card
| หมวด | จีน | ญี่ปุ่น | เกาหลี | สิ่งที่ต้องทำให้เท่ากันก่อนเทียบ |
|---|---|---|---|---|
| เที่ยวบิน | เส้นทางตรงหลายเมือง แต่ราคาแกว่งตามเมือง | เมืองหลักมีตัวเลือกมาก แต่วันนิยมแข่งขันสูง | โซลเป็นฐานหลัก เส้นทางรองต้องดูต่อรถ | ชั้นโดยสาร น้ำหนักกระเป๋า ภาษี และเวลาบิน |
| โรงแรม | 5 ดาวบางเมืองอาจอยู่ระดับงบใกล้ 4 ดาวญี่ปุ่น | ห้องเมืองหลักมักกะทัดรัดและทำเลมีผลสูง | มีตัวเลือกระดับธุรกิจกับ 5 ดาวหลายย่าน | ดาว ย่าน ขนาดห้อง twin มื้อเช้า และห้องประชุม |
| มื้อกรุ๊ป | operating benchmark อาจต่ำกว่า 30–40% | มื้อกลุ่มและห้องส่วนตัวต้องล็อกเมนู | เมนูเกาหลีแชร์โต๊ะได้ แต่ห้องส่วนตัวขึ้นกับร้าน | จำนวนจาน เครื่องดื่ม ห้องส่วนตัว ภาษี และทิป |
| รถและไกด์ | มักมีพื้นที่งบมากกว่า แต่ระยะเมืองใหญ่มาก | เวลาคนขับและข้อกำหนดเส้นทางต้องชัด | รถโค้ชเหมาะกับกรุ๊ป แต่รถติดโซลมีผล | ชั่วโมงรถ จำนวนคน จุดรับส่ง OT และที่จอด |
| attraction | บางแห่งราคาไม่สูง แต่ชุดกระเช้า/ลิฟต์อาจรวมกันมาก | จุดเด่นหลายแห่งแยกตั๋วและรอบ | theme park และโชว์เพิ่มงบได้ | ตั๋วหลัก fast access รอบเข้า และค่าธรรมเนียม |
| กิจกรรมองค์กร | ห้องจัดงานและอาหารมีทางเลือกหลายระดับ | venue เมืองหลักต้องจองล่วงหน้า | production และพื้นที่เอกชนมีหลายรูปแบบ | ห้อง AV อาหาร เครื่องดื่ม rehearsal และ overtime |
โรงแรมควรเทียบแบบ room-to-room อย่างไร?
ขอ rooming list และจำนวน twin ก่อนขอราคา เพราะคำว่า “พักคู่” ไม่ตอบว่ามีเตียงแยกพอหรือไม่ เทียบโรงแรมในรัศมีเดินทางใกล้เคียง ไม่ใช้โรงแรมชานเมืองจีนเทียบกับใจกลางโตเกียวหรือโซล และตรวจว่าราคารวมอาหารเช้า ภาษี และค่าบริการหรือยัง
ถ้ากรุ๊ปต้องมีห้องประชุม ให้แยกราคา guest room ออกจาก meeting package โรงแรมที่ราคาห้องดีอาจมีค่า minimum spend สูงในห้องจัดงาน หรือบังคับอาหารและเครื่องดื่ม คำตอบว่าโรงแรมจีนคุ้มกว่าจึงต้องดูยอดรวมทั้ง stay ไม่ใช่ราคาห้องคืนแรก
ก่อนเปลี่ยนโรงแรมกลางทริป อ่านเงื่อนไขการแจ้งที่พักและการประสานผู้เดินทางใน อ่านต่อ: โรงแรมจีนกับการ Register ตม. และเหตุผลที่ห้ามเปลี่ยนที่พักเองกลางทริป แล้วให้ local operator ยืนยันขั้นตอนสำหรับกรุ๊ปจริง
มื้ออาหารควรเทียบแบบ menu-to-menu อย่างไร?
กำหนดจำนวนมื้อ ระดับวัตถุดิบ รูปแบบโต๊ะ เครื่องดื่ม ห้องส่วนตัว และอาหารพิเศษให้เหมือนกันก่อน ตัวเลข 30–40% ใช้เป็นจุดตั้งคำถามกับ supplier ไม่ใช่ให้ procurement หักจากใบเสนอราคาญี่ปุ่นหรือเกาหลีทันที หากจีนเพิ่มเมนูพิเศษ ห้อง private หรือโชว์ระหว่างมื้อ ส่วนต่างอาจลดลงมาก
ขอเมนูเป็นลายลักษณ์อักษรและระบุ replacement rule เมื่อวัตถุดิบเปลี่ยน สำหรับทีมที่มีมุสลิม มังสวิรัติ หรือผู้แพ้อาหาร ต้องเช็กครัวและวิธีแยกอุปกรณ์ ไม่ให้คำว่า “รองรับได้” แทนรายการอาหารจริง
รถและไกด์ต้องเทียบอะไรนอกจากราคาต่อวัน?
เทียบชั่วโมงใช้งาน ระยะทาง OT ที่จอด จุดรับส่ง จำนวนที่นั่งจริง และพื้นที่กระเป๋า รถ 45 ที่นั่งไม่เท่ากันถ้ากรุ๊ปมีสัมภาระใบใหญ่ทุกคน ส่วนไกด์ต้องระบุภาษา จำนวนวัน และหน้าที่ในวันประชุม ไม่ถือว่า local guide รวมงานประสาน event โดยอัตโนมัติ
อะไรที่จีนแพงกว่าหรือทำให้งบบานได้?
สามจุดหลักคือ attraction ที่ซื้อเป็นชุด โชว์ระดับใหญ่ และช่วงวันหยุดยาว นอกจากนี้การเปลี่ยนเมืองไกล การบินภายใน และการแก้ scope หลังจ่ายมัดจำทำให้งบเพิ่มได้เร็วกว่าการเลือกร้านอาหารระดับสูงขึ้นหนึ่งมื้อ
จางเจียเจี้ยแพงตรงไหน?
จางเจียเจี้ยไม่ได้มีตั๋วเดียวที่ครอบคลุมทุกอย่าง เมื่อโปรแกรมรวมอุทยาน รถรับส่งภายใน ลิฟต์ กระเช้า สะพานกระจก หรือโซนอื่น ค่าใช้จ่ายสะสมอาจไม่ต่ำกว่ากิจกรรมเด่นในญี่ปุ่นหรือเกาหลี ให้ supplier แยกตั๋วทุกชิ้นและระบุว่า optional หรือ mandatory
ห้ามตัด buffer เพื่อชดเชยราคาตั๋ว เพราะคิวและการเคลื่อนทีมเป็นต้นทุนเวลา ถ้าบริษัทต้องมี gala dinner เย็นวันเดียวกัน ควรลดจำนวนจุดมากกว่าบังคับให้ทีมวิ่งตามตาราง
โชว์ระดับใหญ่ต้องดูราคาอะไรบ้าง?
โชว์อย่าง Impression หรือ production ขนาดใหญ่มีมากกว่าราคาที่นั่ง ต้องดู transfer รอบแสดง ที่นั่งของหัวหน้าทริป เวลารวมพล เงื่อนไขยกเลิก และอาหารก่อนหรือหลังโชว์ หากเลือกที่นั่งหลายระดับ ต้องเขียนให้ชัดว่าใครนั่งโซนใด ไม่ให้เกิดความรู้สึกแบ่งชั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ
Golden Week กระทบมากกว่าราคาอย่างไร?
วันหยุดยาวกระทบ inventory และการปฏิบัติการพร้อมกัน โรงแรม รถ ร้านอาหาร และตั๋วรอบดีถูกใช้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันเวลารอก็ยาวขึ้น โปรแกรมที่ดูพอดีบนกระดาษจึงเสี่ยงหลุดมื้อหรือกิจกรรมเย็น แม้ยอดรวมยังอยู่ในงบ
ทางเลือกที่ดีที่สุดคือเลื่อนวัน หากเลื่อนไม่ได้ ให้ลดเมือง ลด attraction ที่ต้องต่อคิว และล็อก cut-off rule ล่วงหน้า ไม่ควรแก้ด้วยการเพิ่มเงินอย่างเดียว เพราะเงินซื้อ capacity ที่หมดแล้วกลับมาไม่ได้

HR ควรเทียบใบเสนอราคาสามประเทศอย่างไร?
ใช้ comparison sheet หน้าเดียวที่บังคับให้ทุกเจ้าใส่ข้อมูลในช่องเดียวกัน แล้วให้คะแนนทั้งราคา ประสบการณ์ ความเสี่ยง และเงื่อนไขเปลี่ยนแปลง อย่าตัดสินจากยอดรวมหน้าแรก เพราะยอดที่ต่ำกว่าอาจยังไม่รวมตั๋ว น้ำดื่ม ห้องประชุม หรือ OT รถ
ขั้นที่ 1 ล็อก brief กลาง
กำหนดจำนวนคน ช่วงวัน เมืองต้นทาง ระดับโรงแรม จำนวนมื้อ กิจกรรมหลัก เวลาประชุม และผู้เดินทางที่ต้องการความช่วยเหลือ ส่งเอกสารเดียวกันให้ทุกประเทศ ถ้ามีทางเลือก ให้ทำ Base และ Option แยก ไม่ให้ supplier ตีความคนละชุด
ขั้นที่ 2 แยก included และ excluded
ทำช่อง “รวมแล้ว” “ยังไม่รวม” “ขึ้นกับจำนวนจริง” และ “ต้องยืนยันใหม่” ทุกบรรทัด รายการที่ไม่ชัดให้ถือว่ายังไม่รวม จนกว่าจะมีเอกสารตอบกลับ วิธีนี้ช่วยให้ procurement ไม่ต้องเดาว่าคำว่า full service ครอบคลุมอะไร
ขั้นที่ 3 เทียบต้นทุนความเสี่ยง
ใส่เงื่อนไขมัดจำ วัน cut-off ค่าปรับเปลี่ยนชื่อ อัตราแลกเปลี่ยน และ contingency เป็นส่วนหนึ่งของคะแนน ประเทศที่ยอดเริ่มต้นต่ำกว่าแต่มี change fee สูง อาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะกับกรุ๊ปที่รายชื่อเปลี่ยนบ่อย
ขั้นที่ 4 ให้ผู้อนุมัติเห็น trade-off
ทำสรุปสามบรรทัดต่อทางเลือก: จ่ายเท่าไร ได้อะไร ยอมเสียอะไร เช่น จีนได้โรงแรมสูงขึ้นและมื้อร่วมทีมมากขึ้น แต่ต้องลด attraction ราคาแพง ญี่ปุ่นรักษาเมืองหลักและระบบเดินทางสาธารณะ แต่ห้องพักเล็กกว่า เกาหลีเหมาะกับกิจกรรมเมืองและ entertainment แต่ต้องคุมรถติดกับเวลาร้านอาหาร
ก่อนส่งเข้าที่ประชุม ให้ทำสรุปเพื่อการตัดสินใจแยกเป็นสามช่อง ได้แก่ รายการที่ล็อกแล้ว รายการที่ยังรอยืนยัน และรายการที่ตัดได้เมื่อยอดเกินกรอบ แต่ละช่องต้องมีเจ้าของคำตอบกับวันหมดอายุของราคา ถ้าเที่ยวบินหมดช่วงกันราคาก่อนโรงแรม หรือโรงแรมหมดช่วงกันราคาก่อนผู้บริหารประชุม ให้ระบุลำดับการตัดสินใจไว้ล่วงหน้า ผู้อนุมัติจึงเห็นว่าเงินมัดจำก้อนแรกคุ้มครองรายการใด และการชะลอคำตอบหนึ่งวันอาจกระทบรายการไหน โดยไม่ต้องตีความจากใบเสนอราคาหลายฉบับเอง
รายการควบคุมที่ควรอยู่ในหน้าเดียวกันมีดังนี้
- ขอบเขตที่อนุมัติ: เมือง จำนวนคืน ระดับโรงแรม จำนวนมื้อ รถ และกิจกรรมหลัก
- รายการรอยืนยัน: ชื่อเที่ยวบิน ชื่อโรงแรม เวลารถ ห้องจัดงาน และตั๋วสถานที่
- กำหนดตัดสินใจ: วันหมดช่วงกันราคา วันชำระมัดจำ วันปิดรายชื่อ และวันยกเลิก
- ผู้รับผิดชอบ: HR จัดรายชื่อ ฝ่ายจัดซื้อตรวจเงื่อนไข ผู้ให้บริการล็อกบริการ และผู้บริหารอนุมัติวงเงิน
- ทางเลือกเมื่องบเกิน: ตัดรายการเสริม ลดการย้ายเมือง หรือขอออกแบบเฉพาะงาน โดยไม่ลดเวลาพักและการเดินทางที่จำเป็น
- หลักฐานหลังประชุม: มติ เวอร์ชันใบเสนอราคา วงเงินสำรอง ข้อยกเว้น และผู้อนุมัติการเปลี่ยนแปลง
หลังประชุม ให้บันทึกข้อยกเว้นทุกข้อ เช่น อนุมัติห้องเดี่ยวเพิ่ม ยอมเปลี่ยนย่านโรงแรม หรือเลื่อนมื้อร่วมทีม พร้อมวงเงินและผู้อนุมัติ วิธีนี้ช่วยให้การขอราคาใหม่ใช้เงื่อนไขเดิม และตรวจได้ว่ายอดเปลี่ยนเพราะราคาเคลื่อนไหวหรือเพราะขอบเขตงานเปลี่ยน
เช็กลิสต์ก่อนขอราคาใหม่มีอะไรบ้าง?
ถ้าข้อมูลต่อไปนี้ครบ supplier จะเทียบราคาได้ใกล้เคียงกันและตอบกลับเร็วขึ้น ถ้ายังไม่ครบ ให้ทำ assumption log แทนการปล่อยช่องว่าง เพราะช่องว่างมักกลายเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มหลังอนุมัติ
- จำนวนผู้เดินทางที่ยืนยันแล้ว และช่วงเผื่อเพิ่มลด
- เมืองต้นทาง สนามบิน และช่วงเวลาเดินทางที่ยอมรับได้
- จำนวนวันเต็ม ไม่ใช่เพียงจำนวนวันตามชื่อแพ็กเกจ
- ระดับโรงแรม ย่าน ขนาดห้อง และจำนวน twin/single
- จำนวนมื้อ เมนูพิเศษ ห้องส่วนตัว และเครื่องดื่ม
- รถ ชั่วโมงใช้งาน พื้นที่กระเป๋า OT และที่จอด
- attraction ที่จำเป็น รายการ optional และระดับตั๋ว
- ห้องประชุม AV gala dinner และช่วงซ้อม
- เงื่อนไขมัดจำ เปลี่ยนชื่อ ยกเลิก และอัตราแลกเปลี่ยน
- เจ้าของการตัดสินใจ วันตัดสิน และวงเงิน contingency
ข้อมูลใดต้องขอใหม่ทุกครั้ง?
เที่ยวบิน โรงแรม รถ ร้านอาหาร ตั๋ว และ availability ต้องขอใหม่ตามวันจริง แม้บริษัทเคยเดินทางเส้นทางเดิม ห้ามนำราคาปีก่อนมาใช้เป็น commitment ปีนี้ ส่วนข้อมูลคงที่อย่างเป้าหมายทริป ระดับบริการ และข้อกำหนดภายในบริษัทสามารถใช้เป็น template ได้
ข้อมูลใดควรส่งให้ผู้อนุมัติก่อน?
ส่งยอดรวมต่อหัวพร้อม basis จำนวนขั้นต่ำ ช่วงวัน และ excluded items หนึ่งหน้า จากนั้นแนบตารางเทียบหมวดและ risk log ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องอ่าน itinerary ทุกบรรทัดก่อนตัดสินใจ แต่ต้องเห็นว่าตัวเลขอาศัยสมมติฐานใด และอะไรทำให้ยอดเปลี่ยนได้
คะแนนเปรียบเทียบควรให้น้ำหนักอย่างไร?
แบบคะแนนที่ดีต้องสะท้อนเป้าหมายบริษัท ไม่ใช่ให้ราคาต่ำสุดชนะโดยอัตโนมัติ เริ่มจากกำหนดน้ำหนักรวม 100 คะแนน แล้วให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเห็นเกณฑ์ก่อนเปิดใบเสนอราคา วิธีนี้ลดการเปลี่ยนเหตุผลหลังเห็นชื่อประเทศที่แต่ละคนชอบ
| เกณฑ์ | น้ำหนักตัวอย่าง | หลักฐานที่ใช้ให้คะแนน |
|---|---|---|
| ยอดรวมและความครบของราคา | 30 | breakdown, included/excluded, ภาษี และ contingency |
| คุณภาพโรงแรม อาหาร และการเดินทาง | 25 | ชื่อโรงแรม เมนู รูปรถ ชั่วโมงใช้งาน และ rooming plan |
| ผลลัพธ์ต่อพนักงาน | 20 | เวลาใช้งานจริง กิจกรรมร่วมทีม และช่วงมอบรางวัล |
| ความเสี่ยงด้านวันและ inventory | 15 | hold period, วันหยุด งานใหญ่ และแผนสำรอง |
| เงื่อนไขเปลี่ยนแปลง | 10 | มัดจำ เปลี่ยนชื่อ ยกเลิก และ cut-off date |
น้ำหนักนี้เป็นตัวอย่างสำหรับคุยในทีม ไม่ใช่มาตรฐานบังคับ บริษัทที่จัด dealer trip อาจเพิ่มน้ำหนักประสบการณ์และงานเลี้ยง ขณะที่บริษัทที่มีกรอบ procurement เข้มอาจเพิ่มน้ำหนักความครบของราคา สิ่งสำคัญคือใช้ชุดเดียวกันกับจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี
คะแนนราคา 30 คะแนนควรคำนวณอย่างไร?
อย่าให้คะแนนจากยอดรวมบรรทัดเดียว ให้หักคะแนนรายการที่ยังไม่รวมและรายการที่ระบุว่า “ตามจริง” โดยไม่มีเพดาน แยกยอด base ที่ทุกเจ้าต้องมีออกจาก option แล้วค่อยเทียบ หากใบเสนอราคาจีนรวมตั๋วสถานที่ แต่ของญี่ปุ่นยังไม่รวม ต้องเติมรายการญี่ปุ่นก่อนให้คะแนน ไม่ใช่สรุปว่าจีนสูงกว่า
ควรบันทึกสกุลเงินและอัตราที่ใช้แปลงในวันเทียบด้วย หาก procurement ต้องล็อกงบเป็นเงินบาท ให้ถามว่าราคา fix ได้ถึงวันใด และใครรับส่วนต่างหลังวันนั้น การใส่ buffer โดยไม่มีเจ้าของอนุมัติทำให้ยอดที่เสนอผู้บริหารกับยอดที่ซื้อจริงไม่ตรงกัน
คะแนนคุณภาพ 25 คะแนนต้องมีหลักฐานอะไร?
หลักฐานขั้นต่ำคือชื่อโรงแรมหรือระดับที่มีเกณฑ์เทียบได้ ประเภทห้อง จำนวน twin เมนูตัวอย่าง รูปรถหรือรุ่นเทียบเท่า ชั่วโมงไกด์ และรายการตั๋ว อย่าให้คะแนนจากภาพ mood board อย่างเดียว เพราะภาพไม่ยืนยันย่าน ห้องจริง หรือ capacity
ถ้า supplier ยังไม่ล็อกชื่อโรงแรม ให้กำหนด replacement standard เช่น ดาว ย่าน ระยะทาง คะแนนรีวิวขั้นต่ำที่บริษัทรับได้ และสิทธิ์อนุมัติโรงแรมแทน หากไม่มีมาตรฐานนี้ ราคาเริ่มต้นอาจดูดี แต่คุณภาพเปลี่ยนหลังจ่ายมัดจำโดยที่ฝ่ายจัดซื้อโต้แย้งยาก
คะแนนผลลัพธ์ 20 คะแนนวัดอะไรได้บ้าง?
วัดจำนวนชั่วโมงที่ทีมได้ใช้ร่วมกัน จำนวนมื้อที่นั่งครบ เป้าหมายกิจกรรม และความพร้อมของช่วงขอบคุณพนักงาน หลีกเลี่ยง metric ลอย ๆ อย่าง “ความประทับใจสูง” ให้เขียนสิ่งที่ทีมจัดงานตรวจได้ เช่น มีเวลาพักก่อน gala dinner 90 นาที หรือมีห้อง private ที่นั่งครบตาม headcount
การให้คะแนนส่วนนี้ช่วยให้จีนไม่ชนะเพียงเพราะโรงแรมสูงกว่า และช่วยให้ญี่ปุ่นหรือเกาหลีไม่ชนะเพียงเพราะชื่อจุดหมายเป็นที่นิยม ประเทศที่เหมาะคือประเทศที่เปลี่ยนงบให้เป็นผลลัพธ์ตามโจทย์บริษัทได้ชัดที่สุด
คะแนนความเสี่ยง 15 คะแนนดูจากอะไร?
ดูความตรงของวันเดินทางกับวันหยุด งานใหญ่ ฤดูกาล และ capacity ที่ต้องใช้ รวมถึงจำนวนจุดที่ต้องต่อระบบขนส่ง หากทริปจีนตรง Golden Week ให้ความเสี่ยงสูงแม้ราคาเบื้องต้นยังดี หากทริปญี่ปุ่นเปลี่ยนเมืองบ่อยหรือทริปเกาหลีมีช่วงรถติดก่อนงานเย็น ก็ต้องบันทึกในวิธีเดียวกัน
ทุกความเสี่ยงต้องมี mitigation owner เช่น supplier ยืนยันตั๋ว HR ปิดรายชื่อ procurement อนุมัติมัดจำ หรือ trip lead ตัดกิจกรรมรอง การเขียนว่า “เผื่อเวลา” โดยไม่บอกกี่นาทีและตัดอะไรเมื่อช้า ยังไม่ใช่แผนสำรองที่ใช้ได้
คะแนนเงื่อนไข 10 คะแนนป้องกันงบบานอย่างไร?
เปรียบเทียบ hold period วันชำระมัดจำ จำนวนครั้งที่เปลี่ยนชื่อได้ ค่า cancellation และวิธีคิดยอดเมื่อ headcount ลดลง ให้ความสำคัญกับรายการที่บริษัทควบคุมไม่ได้ เช่น สายการบินปล่อยที่นั่งช้า หรือผู้บริหารยังไม่ยืนยันวัน
ขอให้ supplier ระบุ change request เป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้งว่าเปลี่ยนอะไร เพิ่มหรือลดยอดเท่าไร และกระทบรายการใด HR จึงสามารถนำผลต่างกลับไปขออนุมัติได้โดยไม่ต้องสร้างใบเทียบใหม่ทั้งชุด
ตัวอย่างการอ่านใบเสนอราคามีหน้าตาอย่างไร?
สมมติบริษัทมี 40 คน ต้องการ 5 วัน โรงแรมระดับสูง มื้อร่วมทีมหนึ่งคืน และกิจกรรมเด่นหนึ่งวัน ใบเสนอราคาจีนอยู่ในช่วง catalog 52,000–60,000 บาท/ท่าน แต่ยังไม่ควรเลือกทันที ต้องตรวจว่ารวมตั๋วเครื่องบิน โรงแรม 4 คืน มื้อหลัก รถ ไกด์ และ attraction แล้วหรือไม่ และห้องจัดงานคิดแยกหรือรวม
กรณีจีนยอดต่ำกว่าแต่มี optional มาก
นำ optional ที่บริษัทตั้งใจซื้อจริงกลับเข้ายอดเปรียบเทียบ เช่น โชว์ ที่นั่งพิเศษ ห้อง private หรือ AV อย่าเติมทุก option เพราะจะทำให้จีนดูสูงเกินจริง เติมเฉพาะรายการที่อยู่ใน objective เดียวกับข้อเสนอญี่ปุ่นและเกาหลี
หลังเติมแล้ว ให้ดูว่ายอดยังอยู่ในกรอบอนุมัติหรือไม่ ถ้าสูงขึ้น ให้ลดสิ่งที่ไม่ใช่แกนหลักก่อน เช่น จุดแวะหรือ upgrade บางมื้อ ไม่ลดรถ ความปลอดภัย การพัก หรือ buffer ที่จำเป็นต่อการเดินทางของทีม
กรณีญี่ปุ่นยอดสูงกว่าแต่รวมระบบเดินทางครบ
ตรวจว่าข้อเสนอจีนและเกาหลีรวม transfer ทุกช่วงแล้วหรือยัง หากญี่ปุ่นรวมตั๋วรถและขนกระเป๋า แต่จีนเขียนเพียง “รถตามโปรแกรม” ต้องขอชั่วโมงและเส้นทางเพิ่ม ความต่างบางส่วนอาจมาจากการเขียน scope ละเอียดกว่า ไม่ใช่ประเทศแพงกว่าอย่างเดียว
กรณีเกาหลียอดใกล้จีนแต่โรงแรมคนละย่าน
วัดเวลารถจากโรงแรมถึงกิจกรรมหลักและสนามบิน หากโรงแรมเกาหลีอยู่ใกล้สถานที่จนลดเวลารถได้หนึ่งช่วง ประโยชน์นี้ควรอยู่ในคะแนนผลลัพธ์ ขณะเดียวกัน ถ้าโรงแรมจีนระดับสูงกว่าแต่ไกลมาก ให้หักคะแนนเวลาที่เสีย ไม่เปรียบเทียบดาวอย่างเดียว
จีนเหมาะกับองค์กรแบบใดเมื่อดูทั้งงบและผลลัพธ์?
จีนเหมาะกับองค์กรที่ต้องการยกระดับโรงแรมและมื้อร่วมทีมในวงเงินที่คุมได้ มีสมาชิกอย่างน้อยตามฐาน 20 ท่าน และยอมเลือกเมืองหรือ attraction ให้ชัด ไม่เหมาะกับโจทย์ที่ต้องการใส่สถานที่ดังทุกแห่งในช่วงวันหยุดยาวแล้วคาดว่างบจะต่ำกว่าญี่ปุ่นเกาหลีเสมอ
เหมาะเมื่อให้ความสำคัญกับคุณภาพการพัก
หากผู้บริหารต้องการโรงแรมที่สร้างความรู้สึกได้รับรางวัล จีนมีพื้นที่ให้วางน้ำหนักงบในหมวดนี้ แต่ต้องตรวจย่าน เวลาเดินทาง และมาตรฐานห้องจริง การได้ดาวมากขึ้นแต่เสียเวลาบนรถวันละหลายชั่วโมงไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ดี
เหมาะเมื่อมื้อร่วมทีมเป็นส่วนสำคัญ
รูปแบบโต๊ะจีนและห้องส่วนตัวช่วยให้จัดมื้อร่วมทีมได้เป็นธรรมชาติ แต่ต้องวาง seating plan อาหารพิเศษ และช่วงกล่าวขอบคุณให้ชัด หากมีช่วงมอบรางวัล ให้แยกพื้นที่และอุปกรณ์จากคำว่า dinner ปกติ
ไม่เหมาะเมื่อ brief เปลี่ยนตลอด
ถ้าจำนวนคน วัน และเมืองยังเปลี่ยนทุกสัปดาห์ อย่ารีบล็อก supplier ตามยอดราคาต่ำสุด ให้กำหนด decision date และยืนยัน scope ก่อน เพราะค่าเปลี่ยนแปลงสามารถกินส่วนต่างที่จีนได้เปรียบทั้งหมด
สรุปงบทริปจีนควรอนุมัติแบบไหน?
อนุมัติเป็นกรอบพร้อมเงื่อนไข ไม่ใช่อนุมัติเพียงตัวเลข ใช้ 43,000–72,000 บาท/ท่าน รวมตั๋วเครื่องบิน ขั้นต่ำ 20 ท่าน เป็นฐานตามระยะเวลา แล้วแนบรายการรวม ไม่รวม assumption และ contingency สำหรับวันจริง
เริ่มจาก อ่านหน้าหลักของหัวข้อนี้ เพื่อกำหนดเที่ยวบินและโรงแรมบนฐานเดียวกัน จากนั้น ดูโปรแกรมจีนสำหรับองค์กร เพื่อเทียบจำนวนวันและเมือง หากมีรายชื่อ วันเดินทาง และเป้าหมายพร้อมแล้ว ให้ ส่ง Brief ให้ทีมวางแผน โดยขอ breakdown แยกหมวดก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย
งบทริปจีนต่อหัวเริ่มเท่าไรสำหรับกรุ๊ปบริษัท?
โปรแกรมที่มีอยู่เริ่ม 43,000 บาท/ท่าน รวมตั๋วเครื่องบิน ขั้นต่ำ 20 ท่าน สำหรับระยะเวลา 4 วัน ราคาจริงขึ้นกับเมือง วันเดินทาง โรงแรม เที่ยวบิน และรายการที่รวม ต้องขอใบเสนอราคาใหม่ก่อนอนุมัติ
จีนต่ำกว่าญี่ปุ่นหรือเกาหลีทุกครั้งหรือไม่?
ไม่ทุกครั้ง จีนมักได้เปรียบในโรงแรม มื้อกรุ๊ป รถ และไกด์ แต่ attraction ชุดใหญ่ โชว์ การเดินทางหลายเมือง และ Golden Week สามารถทำให้ยอดเท่ากันหรือสูงกว่าได้
ตัวเลขมื้ออาหารต่ำกว่า 30–40% ใช้ตั้งงบได้เลยหรือไม่?
ใช้เป็น benchmark เพื่อขอราคาเทียบได้ แต่ห้ามหักจากยอดประเทศอื่นทันที ต้องทำเมนู จำนวนมื้อ ห้องส่วนตัว เครื่องดื่ม ภาษี และเงื่อนไขให้เท่ากันก่อน แล้วใช้ใบเสนอราคาวันจริงเป็นตัวตัดสิน
ควรเลือกจีน ญี่ปุ่น หรือเกาหลีจากยอดรวมอย่างเดียวหรือไม่?
ไม่ควร ให้เทียบสิ่งที่รวม ระดับโรงแรม จำนวนวันเต็ม เวลาเดินทาง กิจกรรมหลัก ความเสี่ยง และเงื่อนไขเปลี่ยนแปลง ยอดรวมที่ดูต่ำกว่าอาจยังไม่รวมรายการสำคัญ
ถ้างบสูงกว่า 72,000 บาทต่อท่านควรทำอย่างไร?
ให้ระบุว่าออกแบบเฉพาะงานและขอใบเสนอราคา ไม่สร้างช่วงราคาใหม่เอง เพราะโจทย์อาจรวมโรงแรม กิจกรรม gala dinner หรือ production ที่อยู่นอก catalog ปัจจุบัน