Incentive China
ภาพปกทีมองค์กรไทยตรวจพาสปอร์ตและเอกสารก่อนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองจีน

ฟรีวีซ่าไทย-จีนถาวร เงื่อนไข 30 วันและสิ่งที่ ตม.จีนยังตรวจ

25 กรกฎาคม 2569 5 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

คนไทยที่ถือหนังสือเดินทางธรรมดาเดินทางเข้าจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 โดยพำนักได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน และรวมไม่เกิน 90 วันในทุกช่วง 180 วัน สิทธินี้ช่วยลดขั้นตอนสำหรับทริปท่องเที่ยวและการติดต่อธุรกิจทั่วไป แต่ไม่ได้เปลี่ยนการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองให้เป็นสิทธิอัตโนมัติ

สำหรับ HR คำถามที่ต้องตอบก่อนออกตั๋วคือ “สมาชิกแต่ละคนไปทำอะไร อยู่กี่วัน และเคยเข้าจีนในช่วง 180 วันที่ผ่านมากี่วัน” จากนั้นจึงเตรียมตั๋วขากลับ หลักฐานที่พัก กำหนดการ และหนังสือเชิญให้ตรงกับวัตถุประสงค์จริง หากต้องการดูภาพรวมบริการเอกสารและการเข้าเมืองก่อน สามารถ อ่านหน้าหลักของหัวข้อนี้ แล้วใช้เช็กลิสต์ในบทความนี้ประกอบการอนุมัติทริป

ฟรีวีซ่าไทย-จีนถาวรมีเงื่อนไข 30 วันอย่างไร?

ข้อตกลงยกเว้นการตรวจลงตราไทย-จีนมีผลตั้งแต่ 1 มีนาคม 2567 สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาไทยที่ยังมีอายุใช้งาน แต่ละครั้งอยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน และยอดรวมการพำนักแบบยกเว้นวีซ่าต้องไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วันใด ๆ ข้อมูลนี้มาจาก กระทรวงการต่างประเทศไทย และ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย

คำว่า “ถาวร” หมายถึงอะไร?

คำว่า “ถาวร” ที่ใช้กันทั่วไปหมายถึงข้อตกลงทวิภาคี ไม่ใช่มาตรการชั่วคราวที่ประกาศต่ออายุเป็นรอบ ๆ แต่ผู้เดินทางยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายเข้าเมือง วัตถุประสงค์การเดินทาง และระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต ข้อตกลงไม่ได้ให้สิทธิพำนักถาวร และไม่ได้อนุญาตให้เข้าทำงาน เรียน ทำข่าว หรือทำกิจกรรมที่ต้องได้รับอนุมัติล่วงหน้า

HR จึงไม่ควรเขียนในคู่มือพนักงานว่า “เข้าจีนได้ทุกกรณี 30 วัน” ประโยคที่แม่นกว่าคือ “ผู้ถือพาสปอร์ตไทยอาจใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าสำหรับทริปที่วัตถุประสงค์อยู่ในขอบเขต และยังต้องผ่านการตรวจเข้าเมืองตามปกติ”

30 วันต่อครั้งนับแยกจาก 90 วันใน 180 วัน

เพดานสองชั้นต้องผ่านพร้อมกัน ชั้นแรกคือทริปหนึ่งอยู่ไม่เกิน 30 วัน ชั้นที่สองคือเมื่อมองย้อนหลัง 180 วันจากวันใด ๆ จำนวนวันที่เคยพำนักในจีนด้วยสิทธิยกเว้นวีซ่าต้องรวมไม่เกิน 90 วัน National Immigration Administration (NIA) อธิบายว่า หากเหลือสิทธิสะสมน้อยกว่า 30 วัน ระยะที่ใช้ได้ในรอบนั้นจะเหลือเท่าจำนวนวันที่ยังไม่เต็มเพดาน

ตัวอย่างเช่น พนักงานฝ่ายขายเคยเข้าจีนด้วยสิทธิยกเว้นวีซ่า 3 รอบ รวม 78 วันในช่วง 180 วันที่เกี่ยวข้อง การเดินทางรอบใหม่ไม่ได้แปลว่ายังใช้ได้เต็ม 30 วัน เพราะยอดคงเหลือตามกรอบนี้มีเพียง 12 วัน ทีมต้องตรวจตราประทับและประวัติการเดินทางรายบุคคล ไม่ใช้คำตอบของคนหนึ่งแทนทั้งกรุ๊ป

วันของสมาชิกแต่ละคนต้องคำนวณรายบุคคล

กรุ๊ปเดียวกันอาจมีผู้เดินทางหน้าใหม่ ผู้บริหารที่เข้าจีนบ่อย และวิศวกรที่ถือวีซ่าหรือใบอนุญาตคนละประเภท ให้ HR ทำตารางรายชื่อที่มีวันเข้า-ออกจีนย้อนหลังและประเภทเอกสารที่ใช้ทุกครั้ง อย่านับเฉพาะทริปที่บริษัทปัจจุบันเป็นผู้จัด เพราะการเดินทางส่วนตัวหรือการเดินทางกับบริษัทเดิมอาจอยู่ในช่วง 180 วันเดียวกัน

ถ้าประวัติไม่ครบ ให้เจ้าตัวตรวจจากตราประทับ บัตรโดยสาร และหลักฐานเดินทางของตนก่อนออกตั๋ว กรณีใกล้เพดานหรือรูปแบบการเข้าออกซับซ้อน ควรยืนยันกับสถานทูตจีน ศูนย์วีซ่า หรือสายด่วน NIA 12367 ก่อนล็อกแผน

ทีมประสานงานทริปจีนตรวจพาสปอร์ต ตั๋ว และข้อมูลที่พักก่อนออกเดินทาง
ทีมประสานงานทริปจีนตรวจพาสปอร์ต ตั๋ว และข้อมูลที่พักก่อนออกเดินทาง

ทริปองค์กรแบบใดอยู่ในขอบเขต และแบบใดต้องยืนยันเพิ่ม?

ท่องเที่ยว ประชุม เจรจา หรือเยี่ยมชมเพื่อทำความเข้าใจธุรกิจมีลักษณะต่างจากการเข้าไปปฏิบัติงานจริง ตารางนี้ใช้เป็นจุดคัดกรองเบื้องต้น ไม่ใช่คำวินิจฉัยแทนหน่วยงานจีน หากกิจกรรมมีการทำงานหน้างาน การติดตั้ง การฝึกปฏิบัติ หรือการรับค่าตอบแทนในจีน ให้หยุดและตรวจประเภทวีซ่าหรือใบอนุญาตก่อน

วัตถุประสงค์ทริปใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้หรือไม่เอกสารที่ควรเตรียมจุดที่ HR ต้องยืนยัน
ท่องเที่ยวหรือทริปรางวัลพนักงานโดยหลักอยู่ในขอบเขต เมื่อไม่เกินระยะและไม่มีงานแฝงกำหนดการ ตั๋วออกจากจีน หลักฐานที่พัก รายชื่อผู้ประสานงานวันสะสมรายบุคคลและข้อมูลโรงแรมตรงกับกำหนดการ
ประชุม เจรจา เยี่ยมคู่ค้า หรือเข้าร่วมงานแสดงสินค้ามีลักษณะเป็นการติดต่อธุรกิจทั่วไป แต่ยังผ่านการตรวจที่ด่านหนังสือเชิญ กำหนดการประชุม ที่อยู่บริษัทคู่ค้า ตั๋วและโรงแรมขอบเขตกิจกรรมตรงกับหนังสือเชิญและไม่มีการทำงานที่ต้องขออนุญาต
ดูงานโรงงานแบบสังเกตการณ์และประชุมอาจอยู่ในขอบเขตธุรกิจ หากเข้าไปดูและหารือโดยไม่ปฏิบัติงานหนังสือเชิญ ชื่อโรงงาน ผู้ติดต่อ ตารางเยี่ยมชม และขอบเขตชัดเจนโรงงานยืนยันกติกาเข้าไซต์ และกิจกรรมไม่มีการติดตั้ง ซ่อม หรือให้บริการ
สาธิตเครื่องจักร ฝึกปฏิบัติ ติดตั้ง ซ่อม คุมการผลิต หรือให้บริการห้ามสรุปว่าใช้สิทธิได้จากคำว่า “ดูงาน”รายละเอียดงาน สัญญา ผู้จ่ายค่าตอบแทน สถานที่ และระยะเวลาให้หน่วยงานจีนหรือผู้เชี่ยวชาญวีซ่าระบุวีซ่า/ใบอนุญาตที่ต้องใช้ก่อนเดินทาง
ทำงาน เรียน ทำข่าว หรือพำนักเกิน 30 วันไม่อยู่ในข้อยกเว้นตามข้อตกลงเอกสารตามประเภทกิจกรรมต้องขอวีซ่าและการอนุมัติที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า

ประชุมธุรกิจกับทำงานต่างกันตรงผลลัพธ์หน้างาน

การนั่งประชุม นำเสนอ เจรจา หรือสำรวจเพื่อประกอบการตัดสินใจมักอธิบายได้ในกรอบการติดต่อธุรกิจ แต่ถ้าบุคลากรเข้าไปสร้างผลงานหน้างานแทนทีมจีน เช่น ติดตั้งอุปกรณ์ แก้ระบบ คุมสายการผลิต หรืออบรมเชิงปฏิบัติการ คำว่า business trip ในปฏิทินบริษัทไม่ใช่หลักฐานว่ากิจกรรมนั้นได้รับยกเว้น

วิธีลดความคลุมเครือคือให้เจ้าของงานเขียนกิจกรรมเป็นคำกริยาที่ตรวจได้ เช่น “ประชุมทบทวนสเปก” หรือ “สังเกตการณ์สายการผลิต” แทนคำกว้างว่า “support factory” แล้วส่งข้อความเดียวกันให้ HR บริษัทคู่ค้า และผู้เดินทางตรวจ

Factory visit ต้องระบุว่าใครทำอะไร ที่ไหน และนานเท่าไร

หนังสือเชิญควรมีชื่อผู้เดินทาง บริษัทต้นทาง บริษัทเจ้าบ้าน ที่อยู่โรงงาน วันที่เข้าเยี่ยม ผู้ติดต่อ และตารางกิจกรรม หากมีอุปกรณ์ เครื่องมือ ชุดนิรภัย หรือข้อกำหนดเข้าพื้นที่ ให้แยกเรื่องความปลอดภัยของโรงงานออกจากเรื่องอนุญาตเข้าเมือง เพราะผ่านกติกาโรงงานไม่ได้แปลว่าผ่านเงื่อนไขวีซ่า

ถ้ากิจกรรมเปลี่ยนหลังออกตั๋ว เช่น จากการดูงานเป็นการช่วยติดตั้ง ให้กลับมาตรวจเอกสารเข้าเมืองใหม่ อย่าแก้เพียงชื่อกิจกรรมในกำหนดการโดยไม่ตรวจว่าต้องขออนุญาตประเภทอื่นหรือไม่

ทริปรางวัลที่แทรกประชุมสั้น ๆ ควรมีเอกสารสองส่วน

กรุ๊ป incentive ที่มีทั้งเที่ยวและประชุมควรแยกกำหนดการท่องเที่ยวออกจาก agenda ธุรกิจ แต่เก็บไว้ในชุดเดียวกัน ตม.จะเห็นได้ว่าทริปมีที่พัก เส้นทางกลับ และกิจกรรมธุรกิจที่อธิบายได้ ผู้เดินทางก็ตอบคำถามได้ตรงกันโดยไม่ต้องจำถ้อยคำที่จัดทำขึ้นเพื่อผ่านด่าน

คอลลาจคนในกรุ๊ปองค์กรระหว่างประชุม เยี่ยมชมธุรกิจ และทำกิจกรรมทริปจีน
คอลลาจคนในกรุ๊ปองค์กรระหว่างประชุม เยี่ยมชมธุรกิจ และทำกิจกรรมทริปจีน

ตม.จีนยังตรวจอะไรแม้ไม่ต้องขอวีซ่า?

ตม.จีนยังตรวจเอกสารเดินทาง วัตถุประสงค์ และเงื่อนไขการเข้าเมืองก่อนอนุญาตทุกคน กฎหมายเข้า-ออกประเทศจีนกำหนดให้ชาวต่างชาติแสดงหนังสือเดินทางและเอกสารเข้าเมืองแก่เจ้าหน้าที่ และให้อำนาจปฏิเสธการเข้าเมื่อเอกสารไม่ถูกต้อง หลีกเลี่ยงการตรวจ หรือมีแนวโน้มจะทำกิจกรรมไม่ตรงกับประเภทการเข้าประเทศ ตาม กฎหมายการเข้าและออกประเทศของจีนที่เผยแพร่โดย NIA

หนังสือเดินทางต้องตรงกับรายชื่อและใช้เดินทางได้จริง

ตรวจชื่อภาษาอังกฤษ เลขพาสปอร์ต วันหมดอายุ และวันเกิดในตั๋ว โรงแรม ประกัน และหนังสือเชิญให้ตรงกัน พาสปอร์ตต้องเป็นหนังสือเดินทางธรรมดาที่ใช้ได้ตลอดการเดินทาง หากสายการบินหรือเส้นทางต่อเครื่องกำหนดอายุคงเหลือมากกว่านั้น ให้ใช้เงื่อนไขที่เข้มกว่า

ไม่ควรแก้เลขพาสปอร์ตในเอกสารเพียงบางฉบับเมื่อสมาชิกทำเล่มใหม่ ให้มี owner คนเดียวอัปเดตรายชื่อกลาง แล้วส่ง revision เดียวให้สายการบิน โรงแรม บริษัทเจ้าบ้าน และหัวหน้าทริป

วัตถุประสงค์ต้องสอดคล้องกับกำหนดการ

เจ้าหน้าที่อาจถามว่าไปเมืองใด พักที่ไหน พบใคร อยู่กี่วัน และออกจากจีนวันไหน คำตอบไม่ต้องเหมือนสคริปต์ แต่ต้องเป็นข้อเท็จจริงชุดเดียวกับเอกสาร หากกำหนดการเขียนว่าเที่ยวเซี่ยงไฮ้ แต่ผู้เดินทางถืออุปกรณ์สำหรับติดตั้งในเมืองอื่น ความไม่สอดคล้องนี้ต้องแก้ที่แผน ไม่ใช่ฝึกให้ตอบสั้นลง

แนวทางทางการของจีนสำหรับการเดินทางแบบยกเว้นวีซ่าแนะนำให้พกเอกสารที่สะท้อนวัตถุประสงค์ เช่น หนังสือเชิญ ตั๋ว และการจองที่พัก ดูได้จาก FAQ ของ Department of Consular Affairs กระทรวงการต่างประเทศจีน เอกสารเหล่านี้ช่วยอธิบายทริป แต่ไม่ใช่ใบรับประกันผลตรวจเข้าเมือง

ประวัติการเข้าออกถี่ต้องมีคำอธิบายที่ตรวจสอบได้

ข้อตกลงกำหนดเพดานสะสม 90 วันใน 180 วันอยู่แล้ว ผู้ที่เดินทางถี่จึงควรมีตารางวันเข้า-ออกและเหตุผลของแต่ละทริป หากหลายทริปมีรูปแบบคล้ายงานประจำในจีน ให้บริษัทตรวจสถานะวีซ่าและใบอนุญาต ไม่ควรใช้การออกแล้วกลับเข้าใหม่เป็นวิธีต่อระยะโดยอัตโนมัติ

HR ควรแยกผู้เดินทางความเสี่ยงสูงไว้ตรวจเร็ว เช่น คนที่ใกล้เพดาน คนที่เพิ่งเปลี่ยนพาสปอร์ต หรือคนที่มีกิจกรรมโรงงานหลายรอบ วิธีนี้ลดโอกาสพบปัญหาในวันที่ทั้งกรุ๊ปรอเช็กอินพร้อมกัน

ก่อนผ่านด่านต้องกรอก Arrival Card หรือไม่?

ตั้งแต่ 20 พฤศจิกายน 2568 จีนเปิดให้ชาวต่างชาติกรอกข้อมูลเข้าเมืองออนไลน์ก่อนเดินทาง และผู้ที่ยังไม่ได้กรอกสามารถทำที่ด่านผ่าน QR อุปกรณ์ของสนามบิน หรือแบบกระดาษได้ ประกาศของ National Immigration Administration ระบุข้อยกเว้น 7 กลุ่ม จึงควรตรวจช่องทางเดินทางจริงแทนการสรุปว่ากรุ๊ปองค์กรทุกกรุ๊ปได้รับยกเว้น

กรอกข้อมูลจาก master list เดียวกัน

ชื่อพาสปอร์ต เที่ยวบิน ที่อยู่ที่พัก เมืองแรก และผู้ติดต่อควรมาจากรายชื่อกลางฉบับเดียวกับ booking หากผู้เดินทางกรอกเอง ให้ส่งข้อมูลในรูปแบบคัดลอกได้และกำหนดเส้นตายก่อนวันบิน เก็บเฉพาะหลักฐานการกรอกที่จำเป็นตามนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท

กรุ๊ปใหญ่ควรแบ่งผู้ช่วยตรวจเป็นช่วง

ให้หัวหน้าทีมย่อยตรวจว่าทุกคนมีพาสปอร์ต boarding pass หลักฐานที่พัก และ arrival card ตามสถานะของตนก่อนเข้าคิว อย่าเก็บพาสปอร์ตทั้งกรุ๊ปไว้กับคนเดียวจนใกล้ถึงช่องตรวจ เพราะการแจกคืนผิดคนสร้างปัญหาใหญ่กว่าการเช็กทีละกลุ่มย่อย

ข้อมูลเปลี่ยนต้องแก้ก่อนถึงด่าน

เมื่อเที่ยวบิน โรงแรม หรือเมืองแรกเปลี่ยน ให้ตรวจว่าระบบอนุญาตแก้รายการเดิมหรือควรกรอกใหม่ และใช้ช่องทางทางการที่ประกาศโดย NIA เท่านั้น หลีกเลี่ยงเว็บรับกรอกที่คิดค่าบริการโดยไม่จำเป็นหรือขอข้อมูลเกินกว่าระบบทางการ

ที่พักต้องลงทะเบียนกับตำรวจจีนอย่างไร?

โรงแรมในจีนมีหน้าที่ลงทะเบียนข้อมูลที่พักของชาวต่างชาติและส่งให้หน่วยงานความมั่นคงสาธารณะ ส่วนผู้ที่พักบ้าน อพาร์ตเมนต์ หรือที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม ต้องให้ผู้เดินทางหรือเจ้าบ้านดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมงหลังเข้าพัก ตาม ข้อกำหนดทะเบียนที่พักของ NIA

โรงแรมเป็นผู้แจ้ง แต่กรุ๊ปต้องส่งข้อมูลครบ

HR หรือผู้จัดทริปควรยืนยันกับโรงแรมล่วงหน้าว่ารับผู้เข้าพักต่างชาติและมีขั้นตอนลงทะเบียนตามกฎหมาย เมื่อถึงโรงแรม สมาชิกต้องใช้พาสปอร์ตจริงตามขั้นตอนของที่พัก การเขียนว่า “โรงแรมจัดการให้” ไม่ได้แปลว่ากรุ๊ปข้ามการแสดงเอกสารตอนเช็กอินได้

หากแบ่งพักหลายโรงแรมหรือเปลี่ยนเมือง ให้ rooming list ระบุโรงแรมของแต่ละคนชัดเจน คนที่แยกพักเองต้องแจ้งหัวหน้าทริปเพื่อไม่ให้รายชื่อกลางค้างอยู่ที่โรงแรมเดิม

บ้านพักและอพาร์ตเมนต์มีเส้นตาย 24 ชั่วโมง

กรณีพักบ้านคู่ค้า บ้านเพื่อน หรืออพาร์ตเมนต์ ให้ระบุเจ้าบ้านที่รับผิดชอบ ช่องทางลงทะเบียน และหลักฐานที่ต้องใช้ก่อนเดินทาง อย่ารอถึงคืนแรกจึงถามว่าใครจะพาไปสถานีตำรวจ เพราะบางพื้นที่มีช่องทางออนไลน์หรือศูนย์บริการต่างชาติที่ต่างกัน

ขอหลักฐานเมื่อจำเป็นต่อการเดินทางต่อ

ผู้เดินทางที่ต้องยื่นเรื่องต่อกับหน่วยงานจีนหรือเปลี่ยนแผนระหว่างทริปอาจต้องใช้หลักฐานที่พัก ให้ถามโรงแรมหรือเจ้าบ้านว่าจะรับเอกสารยืนยันได้อย่างไร โดยไม่เก็บสำเนาพาสปอร์ตกระจายในแชตหลายกลุ่ม

ทีมผู้เดินทางต่างชาติเช็กอินโรงแรมในจีนด้วยพาสปอร์ตตามขั้นตอนทะเบียนที่พัก
ทีมผู้เดินทางต่างชาติเช็กอินโรงแรมในจีนด้วยพาสปอร์ตตามขั้นตอนทะเบียนที่พัก

Entry purpose card ช่วยให้กรุ๊ปตอบ ตม.ตรงกันได้อย่างไร?

Entry purpose card คือข้อมูลสรุปรายบุคคลหนึ่งหน้า ใช้ช่วยจำข้อเท็จจริงของทริป ไม่ใช่สคริปต์สำหรับหลบการตรวจ เนื้อหาต้องตรงกับตั๋ว โรงแรม หนังสือเชิญ และกิจกรรมจริง สมาชิกจึงตอบคำถามด้วยคำของตนเองได้ โดยไม่ให้ข้อมูลขัดกับเอกสารของกรุ๊ป

การ์ดหนึ่งใบควรมีข้อมูลอะไร?

ส่วนแรกเป็นข้อมูลเดินทาง ได้แก่ ชื่อและเลขพาสปอร์ต เที่ยวบินเข้า เมืองแรก วันที่เข้า วันที่ออก และเที่ยวบินออกจากจีน ส่วนที่สองเป็นข้อมูลที่พัก ได้แก่ ชื่อโรงแรม ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และวันที่พัก ส่วนที่สามเป็นวัตถุประสงค์ ได้แก่ ชื่อกิจกรรม บริษัทหรือสถานที่ที่จะไป ชื่อผู้เชิญ และหมายเลขติดต่อในจีน

เพิ่มช่อง “ฉันทำอะไรในทริปนี้” ให้เจ้าตัวเขียนประโยคสั้นตามจริง เช่น “ร่วมประชุมวางแผนจัดซื้อสองวัน แล้วท่องเที่ยวเซี่ยงไฮ้กับบริษัท” หรือ “เข้าชมสายการผลิตในฐานะผู้สังเกตการณ์ ไม่มีการติดตั้งหรือซ่อมอุปกรณ์” ประโยคนี้ช่วยให้ HR พบตั้งแต่ก่อนบินว่าบางคนเข้าใจหน้าที่ไม่ตรงกับขอบเขตที่บริษัทอนุมัติ

ท้ายการ์ดควรมีผู้ประสานงานสองคน คนแรกอยู่กับกรุ๊ป คนที่สองอยู่บริษัทเจ้าบ้าน เผื่อโทรศัพท์ของคนหนึ่งใช้ไม่ได้ สำหรับข้อมูลอ่อนไหว ให้ส่งผ่านช่องทางที่บริษัทอนุมัติ กำหนดวันลบ และไม่ใส่สำเนาหน้าพาสปอร์ตลงในกลุ่มแชตทั่วไป

ใครควรตรวจการ์ดก่อนแจก?

เจ้าของโครงการตรวจวัตถุประสงค์ HR ตรวจข้อมูลพาสปอร์ต ผู้จัดทริปตรวจตั๋วกับโรงแรม และบริษัทเจ้าบ้านตรวจชื่อสถานที่กับผู้ติดต่อ การตรวจแบบแบ่งหน้าที่ช่วยลดจุดผิดที่คนเดียวมองไม่เห็น เช่น HR รู้วันหมดอายุพาสปอร์ต แต่ไม่รู้ว่าคำว่า commissioning ในกำหนดการหมายถึงการปฏิบัติงานหน้างาน

เมื่อทุกฝ่ายตรวจแล้ว ให้กำหนด revision และเวลาอัปเดตบนการ์ด หากเปลี่ยนเที่ยวบินหรือโรงแรม ต้องส่งฉบับใหม่และยกเลิกฉบับเก่าอย่างชัดเจน การมีไฟล์ชื่อคล้ายกันหลายฉบับในโทรศัพท์ทำให้สมาชิกหยิบข้อมูลผิดตอนเจ้าหน้าที่ถาม

ตัวอย่าง 1: ทริปรางวัลพนักงาน 4 วัน 3 คืน

กรุ๊ปเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ มีโปรแกรมท่องเที่ยว รับประทานอาหาร และงานมอบรางวัลภายในบริษัท เอกสารหลักคือกำหนดการ ตั๋วออกจากจีน rooming list และข้อมูลผู้ประสานงาน สมาชิกที่มีประวัติเข้าจีนบ่อยต้องตรวจเพดาน 90 วันแยกจากคนอื่น แม้ทุกคนใช้เที่ยวบินและโรงแรมเดียวกัน

จุดเสี่ยงมักไม่ใช่กิจกรรมท่องเที่ยว แต่เป็นข้อมูลสะกดชื่อไม่ตรง ห้องพักย้ายโรงแรมโดยไม่มีการอัปเดต หรือสมาชิกตอบวันกลับผิดเพราะบินหลังเที่ยงคืน Entry purpose card จึงควรใช้วันที่ตามตั๋วจริง ไม่ใช้คำว่า “วันที่สี่กลับไทย” อย่างเดียว

ตัวอย่าง 2: ประชุมคู่ค้าและเยี่ยมโรงงาน 3 วัน

ทีมจัดซื้อประชุมหนึ่งวัน แล้วเข้าชมโรงงานเพื่อดูขั้นตอนควบคุมคุณภาพอีกหนึ่งวัน หนังสือเชิญควรระบุชื่อโรงงาน ที่อยู่ วันประชุม วันเยี่ยมชม และผู้ติดต่อ กำหนดการต้องเขียนว่าทีมสังเกตการณ์หรือหารือเรื่องใด ไม่ใช้คำว่า technical support หากไม่มีคำอธิบาย

ก่อนอนุมัติ HR ต้องถามเจ้าของโครงการว่าใครจะจับเครื่องมือ ปรับเครื่อง ทดสอบระบบ สอนพนักงาน หรือเซ็นรับมอบงาน ถ้าคำตอบคือมี ให้แยกบุคคลและกิจกรรมนั้นไปตรวจวีซ่าหรือใบอนุญาตเพิ่มเติม ไม่ควรให้ทั้งกรุ๊ปใช้คำอธิบายของผู้สังเกตการณ์แทนคนที่มีหน้าที่ปฏิบัติงาน

ตัวอย่าง 3: ผู้บริหารเดินทางเข้าจีนหลายรอบ

ผู้บริหารอาจเข้าจีนทั้งเพื่อประชุม ท่องเที่ยวส่วนตัว และร่วมงานแสดงสินค้าในช่วงเวลาใกล้กัน ฝ่ายจัดทริปเห็นเฉพาะรอบที่ตนออกตั๋ว จึงต้องให้เจ้าตัวยืนยันวันเดินทางอื่นด้วย หากข้อมูลล่าสุดทำให้ยอดสะสมเหลือน้อยกว่าระยะทริป ให้ปรับวันหรือขอคำแนะนำทางการก่อนชำระค่าใช้จ่ายที่คืนไม่ได้

การเดินทางบ่อยยังทำให้คำถามเรื่องวัตถุประสงค์สำคัญขึ้น เอกสารของแต่ละรอบควรแยกให้เห็นว่าพบคู่ค้ารายใด ทำกิจกรรมอะไร และออกจากจีนเมื่อใด ไม่ใช้หนังสือเชิญฉบับเดิมครอบคลุมหลายรอบโดยไม่ตรวจวันและรายละเอียด

ข้อผิดพลาดใดทำให้แผนฟรีวีซ่าของบริษัทสะดุด?

ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากข้อมูลไม่ตรงกันหรือการตีความกิจกรรมกว้างเกินไป ไม่ได้เกิดจากการไม่มีแฟ้มเอกสารหนา HR จึงควรตรวจจุดเชื่อมระหว่างรายชื่อ ตั๋ว ที่พัก หนังสือเชิญ และกิจกรรมจริง มากกว่าขอเอกสารเพิ่มโดยไม่รู้ว่าจะใช้ยืนยันเรื่องใด

ใช้คำว่า “ฟรีวีซ่า” แทนการตรวจสิทธิรายบุคคล

การประกาศว่ากรุ๊ปใช้ฟรีวีซ่าทั้งหมดอาจมองข้ามคนที่ใกล้เพดาน 90 วัน คนที่ถือเอกสารเดินทางคนละประเภท หรือคนที่เข้าไปทำงาน ให้รายชื่อมีสถานะ “ตรวจแล้ว” พร้อมผู้ตรวจและวันที่ ไม่ใช้ช่องเดียวว่าต้องขอวีซ่าหรือไม่

อีกจุดคือการคิดว่าออกจากจีนหนึ่งครั้งแล้วเริ่มนับ 90 วันใหม่ ข้อกำหนดใช้กรอบ 180 วันที่เลื่อนไปตามวัน จึงต้องมองย้อนหลัง ไม่ใช่นับจากรอบล่าสุดเพียงรอบเดียว

หนังสือเชิญเขียนกว้างกว่ากิจกรรมจริง

หนังสือเชิญที่เขียนเพียง “business visit” ช่วยอธิบายได้น้อยเมื่อกำหนดการมีโรงงานหลายแห่งหรือทีมถืออุปกรณ์เฉพาะ ควรระบุวัตถุประสงค์ สถานที่ วันที่ และผู้รับผิดชอบพอให้ตรวจสอบได้ แต่ไม่ต้องเขียนข้อมูลลับทางการค้าที่ไม่เกี่ยวกับการเดินทาง

หากคู่ค้าออกหนังสือเชิญก่อนกำหนดการนิ่ง ให้มีขั้นตอนยืนยันฉบับสุดท้าย อย่านำฉบับร่างที่วันหรือชื่อบริษัทผิดไปใช้เพราะมีตราประทับแล้ว

โรงแรมใน itinerary ไม่ตรงกับ rooming list

กรุ๊ปอาจพักโรงแรมหลัก แต่ผู้บริหารบางคนย้ายไปอีกแห่ง หรือทีมเทคนิคพักใกล้โรงงาน หากเอกสารทุกคนยังแสดงโรงแรมหลัก ข้อมูลทะเบียนที่พักและคำตอบที่ด่านจะไม่ตรงกับความจริง ให้แยกที่พักรายบุคคล และยืนยันขั้นตอนลงทะเบียนกับทุกแห่ง

เมื่อมีการเปลี่ยนโรงแรมกลางทริป ให้ระบุวันที่เช็กอิน-เช็กเอาต์แต่ละแห่ง ไม่ใช้รายการโรงแรมหลายชื่อโดยไม่มีลำดับ เพราะผู้เดินทางจะตอบไม่ได้ว่าคืนแรกพักที่ใด

พึ่งอินเทอร์เน็ตอย่างเดียว

เอกสารอยู่ในอีเมลหรือ cloud อย่างเดียวอาจเปิดไม่ได้เมื่อโรมมิ่งยังไม่เชื่อม ให้เก็บไฟล์สำคัญแบบ offline ในโทรศัพท์ และมีชุดสำรองกับหัวหน้าทีมย่อย ไม่จำเป็นต้องพิมพ์เอกสารทุกหน้าสำหรับทุกคน แต่ข้อมูลที่ใช้ตอบคำถามต้องเปิดได้ทันที

ทดสอบก่อนบินว่าไฟล์ภาษาไทยหรือจีนแสดงผลครบ ลิงก์ไม่หมดอายุ และ QR ที่จำเป็นอ่านได้จากหน้าจอ หากเอกสารมีรหัสผ่าน ให้ผู้เดินทางรู้วิธีเปิดโดยไม่ส่งรหัสในข้อความเดียวกับไฟล์

จะแบ่งผู้เดินทางตามระดับความเสี่ยงอย่างไร?

ใช้สามระดับเพื่อจัดลำดับการตรวจ ไม่ใช่เพื่อตัดสินว่าใครจะผ่าน ตม. ผู้เดินทางระดับปกติมีทริปสั้น วัตถุประสงค์ชัด และประวัติวันสะสมห่างจากเพดาน ระดับต้องตรวจเพิ่มมีหลายรอบเดินทาง เปลี่ยนพาสปอร์ต หรือพักนอกโรงแรม ส่วนระดับต้องขอคำยืนยันคือคนที่ทำงานหน้างาน อยู่เกินระยะ หรือข้อมูลกิจกรรมยังขัดกัน

ระดับปกติ: เอกสารตรงและระยะห่างจากเพดาน

กลุ่มนี้ยังต้องตรวจพาสปอร์ต ตั๋ว ที่พัก กำหนดการ และ arrival card ตามปกติ แต่สามารถใช้ workflow มาตรฐานของกรุ๊ปได้ หัวหน้าทีมย่อยตรวจไฟล์ก่อนวันบินและเช็กอีกครั้งที่สนามบิน โดยไม่ต้องขอเอกสารธุรกิจเพิ่มหากเป็นทริปท่องเที่ยวล้วน

คำว่า “ปกติ” ไม่ได้หมายถึงข้ามการตรวจ หากมีการเปลี่ยนเที่ยวบิน โรงแรม หรือเพิ่มกิจกรรมโรงงาน สถานะต้องกลับไปประเมินใหม่ เจ้าของรายชื่อควรบันทึกเหตุผลที่จัดระดับ เพื่อให้กะถัดไปเข้าใจว่าตรวจจากข้อมูลใด

ระดับต้องตรวจเพิ่ม: ประวัติซับซ้อนหรือข้อมูลเปลี่ยน

ตัวอย่างคือผู้บริหารที่เข้าจีนหลายรอบ คนที่มีพาสปอร์ตเล่มใหม่แต่ประวัติอยู่ในเล่มเก่า คนที่เดินทางเข้าจีนจากประเทศที่สาม หรือสมาชิกที่แยกพักกับญาติ ให้ตรวจวันสะสม เอกสารเชื่อมโยง และทะเบียนที่พักเป็นรายคนก่อนกำหนดเส้นตายชำระเงิน

สำหรับคนที่เปลี่ยนเล่ม ให้เก็บข้อมูลวันเดินทางจากเล่มเดิมตามความจำเป็น ไม่สรุปว่าเล่มใหม่ทำให้ประวัติเริ่มใหม่ สำหรับคนที่พักบ้าน ให้ชื่อ ที่อยู่ และผู้รับผิดชอบลงทะเบียนภายใน 24 ชั่วโมงอยู่ใน run sheet ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง

ระดับต้องขอคำยืนยัน: งานหน้างานหรือระยะเกินขอบเขต

ถ้ากิจกรรมมีคำว่า install, repair, commissioning, operation, training delivery หรือ on-site service ให้เจ้าของโครงการแปลเป็นงานที่ทำจริงและส่งตรวจ หากอยู่เกิน 30 วัน หรือยอดสะสมไม่พอ ก็ต้องหยุดการอนุมัติแบบยกเว้นวีซ่า การลดจำนวนวันในเอกสารโดยที่งานจริงยังเท่าเดิมไม่ใช่ทางแก้

ผู้รับผิดชอบควรบันทึกว่าได้คำตอบจากหน่วยงานใด เมื่อใด และอ้างถึงกิจกรรมฉบับไหน หากขอบเขตเปลี่ยน คำยืนยันเดิมอาจใช้ไม่ได้ ต้องตรวจใหม่ก่อนออกตั๋วหรือส่งบุคลากรทดแทน

ใช้สถานะสีได้ แต่ต้องมีข้อความกำกับ

สีเขียว เหลือง แดงช่วยให้ผู้บริหารอ่านตารางเร็ว แต่ต้องมีคอลัมน์เหตุผลและ next action เช่น “เหลือง: รอวันเดินทางส่วนตัวเดือนก่อน” หรือ “แดง: งานติดตั้ง ต้องยืนยันใบอนุญาต” ห้ามใช้สีเพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อพิมพ์ขาวดำหรือส่งต่อในข้อความ ความหมายจะหาย

การปิดสถานะต้องมีหลักฐานที่เหมาะกับเรื่องนั้น เช่น วันสะสมที่คำนวณแล้ว หนังสือเชิญฉบับสุดท้าย หรือคำแนะนำจากช่องทางทางการ ไม่ใช้ข้อความว่า “เคยไปแบบนี้แล้วผ่าน” เป็นเหตุผลปิดความเสี่ยง

Master list ของ HR ควรมีคอลัมน์อะไรบ้าง?

ทำรายชื่อกลางให้ตอบสามเรื่องได้ทันที: คนนี้คือใคร ใช้สิทธิได้เหลือเท่าไร และเอกสารใดกำลังรอแก้ ตารางไม่จำเป็นต้องเก็บข้อมูลเกินงาน แต่ต้องแยกข้อมูลพาสปอร์ต การเดินทาง วัตถุประสงค์ และ owner เพื่อไม่ให้สถานะหนึ่งกลบอีกสถานะหนึ่ง

กลุ่มข้อมูลตัวตนและการเดินทาง

  • ชื่อภาษาอังกฤษตามพาสปอร์ต เลขพาสปอร์ต วันหมดอายุ และสัญชาติ
  • เที่ยวบินเข้า เมืองแรก วันเข้า เที่ยวบินออก และวันออก
  • โรงแรมคืนแรก โรงแรมถัดไป และสถานะทะเบียนที่พัก
  • วันเข้า-ออกจีนที่เกี่ยวข้องในช่วง 180 วัน พร้อมยอดสะสมและจำนวนวันคงเหลือ
  • ประเภทเอกสารที่ใช้ในการเดินทางแต่ละรอบ หากบางรอบใช้วีซ่าหรือใบอนุญาตชนิดอื่น

กลุ่มข้อมูลวัตถุประสงค์และเอกสาร

  • ประเภททริป: ท่องเที่ยว ประชุม เยี่ยมชม งานแสดงสินค้า หรือกิจกรรมโรงงาน
  • คำอธิบายหน้าที่จริงของบุคคล ไม่คัดลอกคำกว้างจากชื่อโครงการ
  • ชื่อบริษัทเจ้าบ้าน ที่อยู่ ผู้เชิญ และผู้ติดต่อในจีน
  • สถานะหนังสือเชิญ กำหนดการ ตั๋ว โรงแรม ประกัน และ arrival card
  • ประเด็นที่ต้องยืนยัน หน่วยงานที่ถาม วันที่ถาม และผลที่ได้รับ

กลุ่มข้อมูลควบคุมงาน

แต่ละแถวควรมี owner วันที่ตรวจล่าสุด revision ของเอกสาร และ next action หากยังไม่พร้อม กำหนดเส้นตายที่เผื่อเวลาสำหรับการแก้ ไม่ตั้งวันตรวจสุดท้ายตรงกับวันบิน เมื่อปิดทริป ให้ลบหรือเก็บข้อมูลตามนโยบายบริษัท ไม่เก็บสำเนาพาสปอร์ตไว้เพียงเพราะอาจใช้ครั้งหน้า

ก่อนแชร์รายชื่อ ให้แยกมุมมองสำหรับผู้บริหาร ผู้จัดทริป และบริษัทเจ้าบ้าน ผู้บริหารอาจต้องเห็นเพียงจำนวนเคสแต่ละระดับ ส่วนโรงแรมต้องเห็นเฉพาะข้อมูลเช็กอินที่จำเป็น การส่ง master list เต็มชุดให้ทุกฝ่ายเพิ่มความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ช่วยให้ผ่านด่านง่ายขึ้น

HR ควรเตรียม visa-free scope checklist อะไร?

ให้เริ่มจากวัตถุประสงค์และประวัติรายบุคคล แล้วจึงออกเอกสารกรุ๊ป เช็กลิสต์ที่ดีต้องมี owner และวันที่ตรวจ ไม่ใช่เพียงช่องติ๊กว่า “วีซ่าผ่าน” เพราะงานนี้ไม่มีขั้นตอนอนุมัติวีซ่าล่วงหน้ามายืนยันแทนการตรวจที่ด่าน

ก่อนออกตั๋ว

  • ตรวจว่าทุกคนถือหนังสือเดินทางธรรมดาและข้อมูลใช้เดินทางได้ตลอดทริป
  • เก็บวันเข้า-ออกจีนย้อนหลังที่อยู่ในช่วง 180 วัน และคำนวณยอดสะสมรายบุคคล
  • เขียนวัตถุประสงค์เป็นกิจกรรมจริง แยกเที่ยว ประชุม ดูงาน และปฏิบัติงาน
  • ส่งกิจกรรมที่อาจเป็นงานให้บริษัทเจ้าบ้านหรือผู้เชี่ยวชาญยืนยันประเภทวีซ่า/ใบอนุญาต
  • ตรวจว่าทริปไม่เกิน 30 วันและมีวันคงเหลือในเพดานสะสม
  • เลือกเที่ยวบินและโรงแรมที่ข้อมูลผู้เดินทางแก้ไขได้ตามเงื่อนไขการจอง

ก่อนเดินทาง 7-14 วัน

  • ตรวจเลขพาสปอร์ตในตั๋ว ประกัน rooming list และหนังสือเชิญให้ตรงกัน
  • เตรียมกำหนดการ ตั๋วออกจากจีน หลักฐานที่พัก และข้อมูลผู้ติดต่อในจีนแบบออนไลน์กับออฟไลน์
  • ให้บริษัทเจ้าบ้านยืนยันที่อยู่ วันที่ประชุม/เยี่ยมชม และผู้รับผิดชอบรับสาย
  • กรอกหรือเตรียมกรอก arrival card ผ่านช่องทางทางการตามสถานะของแต่ละคน
  • ยืนยันว่าโรงแรมลงทะเบียนผู้เข้าพักต่างชาติได้ และวางขั้นตอนสำหรับที่พักนอกโรงแรม
  • แยกผู้ที่ใกล้เพดาน 90 วันหรือมีกิจกรรมซับซ้อนไปตรวจเป็นรายกรณี

ก่อนเข้าคิว ตม.

  • แจกพาสปอร์ตคืนเจ้าของและให้ตรวจชื่อกับ boarding pass
  • ให้แต่ละคนรู้เมืองแรก โรงแรม ระยะพัก วัตถุประสงค์ และวันออกจากจีนตามจริง
  • เก็บหนังสือเชิญ ตั๋ว และหลักฐานที่พักไว้ในโทรศัพท์ พร้อมสำเนาที่เปิดได้เมื่อไม่มีอินเทอร์เน็ต
  • ให้หัวหน้าทีมย่อยรู้ว่าต้องติดต่อใครหากสมาชิกถูกเรียกสอบถามเพิ่ม
  • ห้ามตอบแทนสมาชิกโดยแทรกช่องตรวจ เว้นแต่เจ้าหน้าที่ขอผู้ประสานงานหรือล่าม

องค์กรที่กำลังเปรียบเทียบเมืองและรูปแบบทริปสามารถ ดูโปรแกรมจีนสำหรับองค์กร เพื่อทำกำหนดการเบื้องต้น แล้วค่อยตรวจวัตถุประสงค์ของกิจกรรมแต่ละวันกับเช็กลิสต์นี้

จุดไหนต้องยืนยันใหม่ก่อนล็อกทริป?

ยืนยันใหม่เมื่อวัตถุประสงค์เปลี่ยน ผู้เดินทางใกล้เพดานสะสม เปลี่ยนพาสปอร์ต พักนอกโรงแรม หรือมีงานหน้างานในโรงงาน กฎเข้าเมืองและช่องทางกรอกข้อมูลเปลี่ยนได้ จึงควรตรวจประกาศของสถานทูตจีนและ NIA อีกครั้งก่อนวันเดินทาง ไม่ใช้ภาพหน้าจอเก่าจากทริปก่อนเป็นแหล่งเดียว

ตั้ง owner สำหรับเอกสารแต่ละชุด

ให้ HR ดูแลรายชื่อและประวัติการเดินทาง เจ้าของโครงการดูแลขอบเขตกิจกรรม บริษัทเจ้าบ้านดูแลหนังสือเชิญและข้อมูลสถานที่ ส่วนผู้จัดทริปดูแลตั๋ว โรงแรม และ run sheet ทุกฝ่ายต้องอ้าง revision เดียวกัน หากใครเปลี่ยนข้อมูลให้แจ้ง owner กลางก่อนกระจายเอกสาร

อย่าลดกิจกรรมจริงให้เหลือคำว่า “ท่องเที่ยว”

การเขียนวัตถุประสงค์ไม่ตรงจริงเพิ่มความเสี่ยงทั้งที่ด่านและระหว่างอยู่ในจีน หากกิจกรรมต้องขออนุญาต ให้เผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนนั้นตั้งแต่ก่อนอนุมัติงบ ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือปรับขอบเขตทริปให้เป็นการประชุมหรือสังเกตการณ์จริง หรือเลื่อนงานปฏิบัติไปให้ผู้ที่มีเอกสารถูกต้อง

เตรียมทางเลือกเมื่อสมาชิกคนหนึ่งเดินทางไม่ได้

กำหนดล่วงหน้าว่าจะเปลี่ยนชื่อ ตัดกิจกรรม หรือแยกเที่ยวบินอย่างไร หากคนหนึ่งติดข้อจำกัดด้านวันสะสมหรือเอกสาร การมีเงื่อนไขเปลี่ยนแปลงในสัญญาช่วยให้บริษัทแก้เฉพาะรายบุคคล โดยไม่รื้อกำหนดการทั้งกรุ๊ป

หากต้องการให้ทีมช่วยจัดรายการข้อมูลสำหรับขอราคาและตรวจจุดเสี่ยงก่อนออกตั๋ว สามารถ ส่ง Brief ให้ทีมวางแผน โดยระบุจำนวนคน เมือง วันเดินทาง วัตถุประสงค์ และกิจกรรมโรงงานตามจริง

สรุปเงื่อนไขฟรีวีซ่าจีนสำหรับบริษัท

ฟรีวีซ่าจีนสำหรับพาสปอร์ตไทยใช้ได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน และรวมไม่เกิน 90 วันในทุกช่วง 180 วัน แต่สิทธิยกเว้นวีซ่าไม่ได้ยกเว้นการตรวจพาสปอร์ต วัตถุประสงค์ ตั๋ว ที่พัก หนังสือเชิญ ประวัติการเข้าออก หรือข้อมูล arrival card ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับทริปองค์กร จุดตัดสินใจสำคัญอยู่ที่กิจกรรมจริง การประชุมหรือดูงานแบบสังเกตการณ์ต่างจากการติดตั้ง ซ่อม ฝึกปฏิบัติ หรือทำงานหน้างาน ทำ master list รายบุคคล เตรียมหลักฐานให้สอดคล้องกัน และยืนยันกรณีคลุมเครือกับหน่วยงานทางการก่อนล็อกตั๋ว

แหล่งอ้างอิง

  1. กระทรวงการต่างประเทศไทย: ความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราไทย-จีน
  2. สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย: ประกาศข้อตกลงและวันมีผล
  3. National Immigration Administration: FAQ on mutual visa exemption agreements
  4. National Immigration Administration: Exit and Entry Administration Law
  5. National Immigration Administration: online Arrival Card announcement
  6. National Immigration Administration: accommodation registration rules

คำถามที่พบบ่อย

ฟรีวีซ่าจีนสำหรับคนไทยอยู่ได้กี่วัน?

อยู่ได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน และเมื่อรวมการพำนักแบบยกเว้นวีซ่าต้องไม่เกิน 90 วันในทุกช่วง 180 วัน ผู้เดินทางแต่ละคนต้องคำนวณจากประวัติของตนเอง

ไปประชุมกับคู่ค้าที่จีนต้องขอวีซ่าหรือไม่?

การประชุมและติดต่อธุรกิจทั่วไปมีลักษณะอยู่ในขอบเขตของการเดินทางระยะสั้น แต่ยังต้องผ่านการตรวจเข้าเมืองและควรมีหนังสือเชิญ กำหนดการ ตั๋ว และที่พัก หากมีการทำงานหน้างานให้ตรวจประเภทวีซ่าหรือใบอนุญาตแยก

ไปดูงานโรงงานใช้ฟรีวีซ่าได้หรือไม่?

ถ้าเป็นการสังเกตการณ์และประชุมโดยไม่ปฏิบัติงาน อาจอธิบายได้ในกรอบธุรกิจ แต่คำว่า “ดูงาน” ไม่ครอบคลุมการติดตั้ง ซ่อม ฝึกปฏิบัติ คุมการผลิต หรือให้บริการ ต้องส่งรายละเอียดกิจกรรมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยัน

ตม.จีนขอดูตั๋วกลับและโรงแรมได้หรือไม่?

เจ้าหน้าที่มีอำนาจตรวจวัตถุประสงค์และเงื่อนไขการเข้าเมือง เอกสารอย่างตั๋วออกจากจีน หลักฐานที่พัก และหนังสือเชิญช่วยยืนยันข้อมูลของทริป จึงควรพกไฟล์ที่เปิดได้โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต

พักโรงแรมแล้วต้องไปแจ้งตำรวจเองหรือไม่?

โรงแรมมีหน้าที่ลงทะเบียนข้อมูลผู้เข้าพักต่างชาติ ส่วนผู้ที่พักบ้านหรือที่พักที่ไม่ใช่โรงแรมต้องให้ตนเองหรือเจ้าบ้านลงทะเบียนกับหน่วยงานความมั่นคงสาธารณะภายใน 24 ชั่วโมงหลังเข้าพัก

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: @bens
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565