
พระราชวังต้องห้ามต้องจองล่วงหน้า 7 วันและผูกพาสปอร์ต กรุ๊ปพลาดแล้วไม่มีหน้างาน
พระราชวังต้องห้าม จอง กรุ๊ป ต้องเริ่มจากการปิดรายชื่อและตรวจเลขพาสปอร์ตให้เสร็จก่อนตั๋วเปิดขาย Palace Museum ระบุชัดว่าไม่มีตั๋วสำหรับวันเข้าชม ตั๋วเปิดให้จองก่อนวันเข้าชม 7 วัน เวลา 20:00 ตามเวลาปักกิ่ง และชาวต่างชาติต้องใช้พาสปอร์ตในการจองและตรวจเข้า
สำหรับ HR จุดเสี่ยงจึงอยู่ก่อนวันเดินทางหลายสัปดาห์ ตั้งแต่เลือกวันที่ไม่ตรงวันปิด ตรวจชื่อภาษาอังกฤษ เลือกรอบเช้าหรือบ่าย และตั้งแผนสำรองไว้ก่อนเปิดขาย หากกำลังวางภาพรวมของเมือง ให้เริ่มจาก อ่านหน้าหลักของหัวข้อนี้ แล้วใช้บทความนี้เป็นรายการตรวจเฉพาะงานจองพระราชวังต้องห้าม
พระราชวังต้องห้ามต้องจองล่วงหน้า 7 วันจริงหรือไม่?
จริงตามกฎที่ Palace Museum ประกาศอยู่ในปัจจุบัน ตั๋วเปิดจองเวลา 20:00 ก่อนวันเข้าชม 7 วัน และไม่ขายตั๋วสำหรับวันเดียวกัน ผู้เดินทางต่างชาติต้องผูกการจองกับพาสปอร์ตของตนเอง จึงไม่มีวิธีที่ปลอดภัยในการส่งชื่อแทนกันหรือค่อยแก้รายชื่อเมื่อถึงหน้างาน
หน้า Online Booking ของ Palace Museum ระบุทั้งช่วงเปิดขาย ระบบจองแบบ实名制 วันปิด และเอกสารที่ใช้ตรวจเข้า ข้อมูลชุดนี้ควรเป็นแหล่งอ้างอิงหลักของผู้ประสานงาน เพราะโพสต์เก่าหรือหน้าเอเจนซี่อาจยังอธิบายระบบเดิม
เวลา 20:00 ต้องนับอย่างไร?
เวลาเปิดขายเป็นเวลาปักกิ่ง ซึ่งเร็วกว่าเวลาไทย 1 ชั่วโมง ผู้ประสานงานในไทยจึงควรพร้อมทำรายการก่อน 19:00 น. ตามเวลาไทยในวันที่เปิดขาย อย่างไรก็ตาม ระบบอาจมีประกาศพิเศษหรือการปรับวิธีจอง จึงต้องเปิดหน้าทางการตรวจซ้ำก่อนถึงวันจริง
ตัวอย่างเช่น หากต้องการเข้าชมวันที่ 18 ตุลาคม ให้ทีมเตรียมพร้อมในวันที่ 11 ตุลาคมก่อนเวลาเปิดขาย จุดที่มักทำให้แผนสะดุดคือ HR เพิ่งได้สำเนาพาสปอร์ตครบในวันนั้น แต่ยังไม่มีเวลาให้เจ้าของพาสปอร์ตตรวจการสะกด
วันจันทร์เข้าได้หรือไม่?
Palace Museum ปิดวันจันทร์ ยกเว้นกรณีตรงกับวันหยุดตามกฎหมายจีน ตารางโปรแกรมจึงไม่ควรวางพระราชวังต้องห้ามไว้วันจันทร์โดยอาศัยความเคยชินจากทริปเก่า หากตรงวันหยุดหรือช่วงที่มีประกาศพิเศษ ให้ยืนยันจากหน้า Visit ของ Palace Museum อีกครั้งก่อนออกเอกสารฉบับสุดท้าย
ถ้าตั๋วยังไม่เปิด ควรล็อกโปรแกรมหรือไม่?
ล็อกได้ในระดับ “แผนหลัก” แต่ยังบอกผู้เดินทางไม่ได้ว่าบัตรเข้าชมยืนยันแล้ว วันที่และรอบเข้าชมควรมีสถานะรอยืนยันจนกว่าจะได้ผลการจอง พร้อมกำหนดแผน B ในใบเสนอโปรแกรมตั้งแต่ต้น วิธีนี้ทำให้ฝ่ายอนุมัติเห็นทั้งเป้าหมายและความเสี่ยง โดยไม่ต้องรื้อเส้นทางทั้งวันหลังตั๋วเต็ม
กรุ๊ปองค์กรต้องเตรียมข้อมูลพาสปอร์ตอะไรบ้าง?
กรุ๊ปองค์กรต้องส่งชื่อและข้อมูลเอกสารของผู้เดินทางแต่ละคนให้ครบก่อนวันเปิดขาย ชื่อภาษาอังกฤษและเลขพาสปอร์ตต้องตรงกับเอกสารตัวจริง เพราะตั๋วเป็นสิทธิ์เฉพาะบุคคล และผู้เดินทางต้องนำพาสปอร์ตที่ใช้จองไปตรวจเข้าทางประตูอู่เหมิน

ชุดข้อมูลขั้นต่ำต่อผู้เดินทาง
ผู้ประสานงานควรทำรายชื่อกลางชุดเดียว โดยมีข้อมูลต่อไปนี้
- คำนำหน้า ชื่อ และนามสกุลภาษาอังกฤษตามหน้าพาสปอร์ต
- เลขพาสปอร์ต สัญชาติ และวันหมดอายุ
- วันและรอบเข้าชมที่ต้องการ
- สถานะตรวจโดยเจ้าของพาสปอร์ต
- หมายเหตุเฉพาะ เช่น เด็ก ผู้สูงวัย หรือผู้ที่ต้องใช้ความช่วยเหลือ
Palace Museum ระบุว่าชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ตในการจองและตรวจเข้า เอกสารหนึ่งฉบับจองได้หนึ่งใบต่อหนึ่งวันเข้าชม และไม่สามารถเปลี่ยนบุคคล วัน หรือรอบหลังซื้อได้ตามเงื่อนไขปัจจุบัน รายละเอียดเหล่านี้อยู่ใน ข้อกำหนดการจองและตรวจเข้าของ Palace Museum
ใครควรเป็นคนตรวจชื่อ?
ให้เจ้าของพาสปอร์ตตรวจข้อมูลของตนเองรอบแรก แล้วให้ผู้ประสานงานอีกคนตรวจเทียบหน้าพาสปอร์ตรอบสอง การให้ HR คนเดียวพิมพ์และตรวจรายชื่อหลายสิบคนในช่วงใกล้เปิดขายเพิ่มโอกาสผิดตัวอักษรหรือสลับเลข
ใช้ไฟล์ที่จำกัดสิทธิ์เข้าถึงแทนการส่งรูปพาสปอร์ตในกลุ่มแชตทั่วไป กำหนดผู้รับผิดชอบข้อมูลเพียง 1–2 คน และลบไฟล์ชั่วคราวตามนโยบายของบริษัทเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว วิธีนี้ช่วยทั้งเรื่องความถูกต้องและการคุมข้อมูลส่วนบุคคล
ถ้ามีพาสปอร์ตเล่มใหม่ต้องทำอย่างไร?
หากพนักงานกำลังต่ออายุหรือเปลี่ยนพาสปอร์ต ให้ปิดเรื่องนี้ก่อนวันเปิดขาย การจองด้วยเลขเล่มเดิมแล้วหวังใช้เล่มใหม่หน้างานมีความเสี่ยง เพราะระบบผูกตั๋วกับเอกสารที่บันทึกไว้ หากกำหนดออกเล่มใหม่ไม่แน่นอน ควรเปลี่ยนวันเข้าชมหรือเตรียมแผนสำรองแทนการรับรองว่าจะเข้าได้
ช่องทางจองสำหรับกรุ๊ปต่างจากการจองรายบุคคลอย่างไร?
ช่องทางจองต่างกันตามประเภทผู้เดินทางและผู้จัด Palace Museum มีช่องทางทางการสำหรับบุคคล รวมถึงคำแนะนำภาษาอังกฤษสำหรับผู้เข้าชมต่างชาติ และมีบัญชีทีมสำหรับบริษัททัวร์ที่ผ่านคุณสมบัติ บัญชีทีมไม่ใช่โควตารับประกัน และผู้จัดไม่ควรใช้บัญชีที่ยืมหรือซื้อสิทธิ์ต่อจากผู้อื่น
| ช่องทาง | เหมาะกับใคร | ข้อมูลที่ใช้ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| Mini-program ทางการของ Palace Museum | ผู้เข้าชมที่ทำรายการตามเงื่อนไขของระบบได้ | เอกสารประจำตัวหรือพาสปอร์ตของผู้เข้าชมแต่ละคน | ต้องทำรายการในช่วงเปิดขาย และตรวจช่องทางชำระเงิน/บัญชีก่อนวันจริง |
| ช่องทางสำหรับผู้เข้าชมต่างชาติ | นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการคำแนะนำภาษาอังกฤษ | ชื่อเต็ม เลขพาสปอร์ต และวันเข้าชม | หน้า Book Tickets ของ Palace Museum ระบุขั้นตอนสำหรับผู้เข้าชมต่างชาติ ควรตรวจรายละเอียดล่าสุดก่อนส่งข้อมูล |
| บัญชีทีมของบริษัททัวร์ที่ผ่านคุณสมบัติ | กรุ๊ปทัวร์ที่ผู้จัดมีใบอนุญาตและบัญชีที่ได้รับอนุมัติ | รายชื่อสมาชิกทีมครบและข้อมูลไกด์ | ผู้จัดต้องทำตามกฎทีม ไม่ขายสิทธิ์ให้รายบุคคล และไม่ใช้วิธีอัตโนมัติ抢票 |
บริษัททัวร์มีโควตาแยกที่รับประกันหรือไม่?
ไม่ควรใช้คำว่า “โควตารับประกัน” เว้นแต่มีเอกสารทางการสำหรับวันและประเภทคณะนั้น หน้า booking ทางการอธิบายคุณสมบัติของบริษัททัวร์ การใช้บัญชีทีม และข้อห้ามอย่างละเอียด แต่ไม่ได้ทำให้ทุกคำขอได้ตั๋วตามวันหรือรอบที่เลือก
สำหรับ HR คำถามที่ควรถามผู้จัดคือ “ใช้ช่องทางใด ใครเป็นเจ้าของบัญชี เมื่อไรจะทราบผล และถ้าไม่ได้รอบแรกจะทำอย่างไร” คำตอบควรระบุขั้นตอนและเส้นตาย ไม่ใช่เพียงบอกว่าเอเจนซี่จัดการได้
ควรให้พนักงานจองแยกเองหรือให้ผู้จัดรวม?
การจองแยกเองลดภาระการส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้ผู้ประสานงาน แต่เสี่ยงได้คนละรอบหรือบางคนไม่มีตั๋ว การให้ผู้จัดรวมช่วยควบคุมรอบและรายชื่อ แต่ HR ต้องส่งข้อมูลครบตามเส้นตายและตรวจสิทธิ์ของช่องทางที่ใช้
กรุ๊ปเล็กอาจใช้การจองรายบุคคลโดยมีผู้ประสานงานคุมรายการตรวจชุดเดียว ส่วนกรุ๊ปใหญ่ควรให้ผู้จัดที่มีช่องทางถูกต้องรับผิดชอบและส่งหลักฐานผลการจองรายบุคคลกลับมา การตัดสินใจขึ้นอยู่กับจำนวนคน ความพร้อมของข้อมูล และความสามารถในการชำระเงินผ่านระบบจีน
7-day countdown ควรแบ่งงานอย่างไร?
เริ่มนับก่อนวันเปิดขายอย่างน้อย 14 วัน เพื่อให้มีเวลาปิดรายชื่อ ตรวจพาสปอร์ต และเสนอวันสำรอง เมื่อเข้าสู่ช่วง 7 วันก่อนเข้าชม ทีมควรทำงานตามเส้นตายเดียวกัน ไม่แก้รายชื่อผ่านหลายไฟล์พร้อมกัน
| เวลาเทียบวันเข้าชม | งานของ HR/ผู้ประสานงาน | ผลลัพธ์ที่ต้องมี |
|---|---|---|
| D-21 ถึง D-14 | ยืนยันวันที่หลัก วันที่สำรอง และผู้รับผิดชอบการจอง | decision sheet ที่ผู้อนุมัติรับทราบความเสี่ยง |
| D-14 ถึง D-10 | เก็บข้อมูลพาสปอร์ตและให้เจ้าของตรวจ | รายชื่อกลางครบทุกคน |
| D-10 ถึง D-8 | ตรวจซ้ำ แยกผู้ที่ข้อมูลยังไม่พร้อม และทดสอบช่องทาง | รายชื่อสุดท้ายสำหรับส่งจอง |
| D-7 ก่อน 20:00 ปักกิ่ง | เตรียมบัญชี การชำระเงิน และผู้ดำเนินการ | พร้อมทำรายการเมื่อระบบเปิด |
| D-7 หลังเปิดขาย | ทำรายการ บันทึกผล และแจ้งเฉพาะสถานะที่ยืนยันได้ | หลักฐานจองแยกรายบุคคล |
| D-6 ถึง D-2 | ปรับรถ ไกด์ เวลานัด และแผน B ตามรอบที่ได้ | ตารางปฏิบัติงานฉบับใช้งาน |
| D-1 | ย้ำให้นำพาสปอร์ตตัวจริงและตรวจจุดนัดหมาย | message สั้นสำหรับผู้เดินทาง |
ใครมีสิทธิ์เปลี่ยนรายชื่อกลาง?
กำหนดผู้แก้ไขเพียงคนเดียวหลังปิดรายชื่อ ผู้ที่ขอแก้ต้องส่งคำขอเป็นข้อความที่ตรวจย้อนหลังได้ แล้วผู้แก้ไขบันทึกเวลา เหตุผล และผู้อนุมัติ อย่าทำไฟล์ “ฉบับสุดท้าย” หลายชุด เพราะผู้จองอาจหยิบคนละเวอร์ชัน
ต้องเก็บหลักฐานแบบใด?
เก็บเลขอ้างอิง สถานะการชำระเงิน วันและรอบเข้าชม และชื่อผู้เดินทางที่ผูกกับรายการนั้น ไม่ควรส่งภาพหน้าจอที่เห็นเลขพาสปอร์ตทั้งชุดในกลุ่มใหญ่ ให้แยก “หลักฐานสำหรับผู้ปฏิบัติงาน” ออกจาก “สถานะสำหรับผู้บริหารและผู้เดินทาง”
รอบเช้าและรอบบ่ายวางแผนต่างกันอย่างไร?
Palace Museum แบ่งการจองเป็นรอบเช้าและบ่าย ผู้ถือรอบเช้าต้องผ่านการตรวจเข้าไม่เกิน 12:00 ส่วนรอบบ่ายเริ่มตรวจเข้าได้ตั้งแต่ 11:00 ตามข้อกำหนดปัจจุบัน เวลานัดของกรุ๊ปต้องเผื่อรถติด การลงรถ การรวมคน และการผ่านจุดตรวจรอบพื้นที่เทียนอันเหมิน

รอบเช้าเหมาะกับโปรแกรมแบบใด?
รอบเช้าเหมาะกับวันที่ต้องการให้พระราชวังต้องห้ามเป็นกิจกรรมหลักและเก็บแรงของทีมไว้สำหรับการเดิน เส้นทางมักเริ่มเร็ว จึงต้องจัดอาหารเช้า เวลาออกจากโรงแรม และจุดนับคนให้ชัด ข้อดีคือมีพื้นที่เผื่อสำหรับกิจกรรมช่วงบ่ายหากการเข้าชมใช้เวลามากกว่าคาด
รอบบ่ายเหมาะกับโปรแกรมแบบใด?
รอบบ่ายช่วยลดแรงกดดันของการออกจากโรงแรมเช้ามาก แต่ต้องคุมกิจกรรมช่วงเช้าไม่ให้ยืดเยื้อ หากมีประชุมครึ่งวัน ให้เผื่อเวลาเปลี่ยนชุด รับประทานอาหาร และเดินทาง อย่าวางกำหนดการชิดกับเวลาเริ่มตรวจเข้า 11:00 จนไม่มีเวลาสำรอง
ทางเข้าและทางออกมีผลต่อรถอย่างไร?
ผู้เข้าชมเข้าทางอู่เหมินหรือประตูใต้ และออกทางเสินอู่เหมินหรือประตูตงหัวเหมินตามข้อมูลทางการ รถจึงไม่ควรรอรับที่จุดเดิมโดยอัตโนมัติ ไกด์และคนขับต้องตกลงจุดส่ง จุดรับ เวลารวมพล และวิธีติดต่อเมื่อสมาชิกเดินช้ากว่ากลุ่มก่อนวันเข้าชม
ถ้าจองไม่ได้ควรแก้โปรแกรมอย่างไร?
ถ้าจองวันหรือรอบที่ต้องการไม่ได้ ให้ใช้แผนสำรองที่ผู้อนุมัติเห็นมาก่อนแล้ว ไม่ควรไล่ซื้อตั๋วจากผู้ขายที่ไม่สามารถยืนยันช่องทางได้ Palace Museum ระบุว่าไม่ได้มอบอำนาจให้บุคคลหรือหน่วยงานภายนอกขายตั๋วบุคคลแทนช่องทางทางการ
แผน A: ขยับวัน แต่รักษาพระราชวังต้องห้ามไว้
เหมาะเมื่อพระราชวังต้องห้ามเป็น must-have ของทริป ให้สลับกับวันกำแพงเมืองจีนหรือกิจกรรมปักกิ่งอื่น โดยต้องตรวจวันปิด รอบที่หาได้ รถ ไกด์ และเงื่อนไขทุกจุดใหม่ การมีวันที่สำรองตั้งแต่ขั้นอนุมัติช่วยให้ตัดสินใจเร็วหลังทราบผลจอง
แผน B: เปลี่ยนจุดชม แต่รักษาธีมปักกิ่ง
หากขยับวันไม่ได้ ให้เลือกกิจกรรมที่ยังสื่อประวัติศาสตร์หรือภาพเมืองปักกิ่ง เช่น จุดชมวิวรอบเขตพระราชวังหรือโบราณสถานอื่นที่ผู้จัดตรวจที่ว่างแล้ว อย่าใช้คำว่า “ทดแทนได้เหมือนกัน” เพราะประสบการณ์ต่างกัน ควรบอกผู้เดินทางตามตรงว่าโปรแกรมเปลี่ยนจากการเข้าภายในเป็นการชมบริบทเมืองและสถาปัตยกรรม
แผน C: เปลี่ยนเป็นวันกำแพงเมืองจีน
หากตารางทั้งทริปยืดหยุ่น สามารถย้ายวันกำแพงเมืองจีนขึ้นมาแล้วจัดกิจกรรมในเมืองใหม่ การเลือกด่านและจังหวะเดินทางมีผลต่อกรุ๊ป จึงควรดู ดูโปรแกรมตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง เพื่อเห็นภาพว่ากิจกรรมหลักเชื่อมกันอย่างไร

HR ต้องถามอะไรผู้จัดก่อนอนุมัติโปรแกรม?
HR ควรถามให้ครบทั้งช่องทาง ผู้รับผิดชอบ เส้นตาย และแผนสำรอง คำตอบที่ดีต้องตรวจย้อนกลับได้ว่าใครจองจากบัญชีใด ใช้ข้อมูลชุดไหน และจะสื่อสารผลเมื่อใด
Checklist ก่อนเซ็นอนุมัติ
- วันที่หลักตรงวันเปิดหรือไม่ และมีวันที่สำรองหรือยัง
- ต้องการรอบเช้าหรือบ่าย เพราะเหตุใด
- ผู้จัดใช้ช่องทางทางการแบบใด และมีคุณสมบัติสำหรับบัญชีทีมจริงหรือไม่
- วันไหนคือเส้นตายส่งรายชื่อ และใครเป็นผู้ตรวจรอบสุดท้าย
- สมาชิกที่พาสปอร์ตยังไม่พร้อมจะถูกจัดการอย่างไร
- ใครถือหลักฐานการจองและข้อมูลติดต่อฉุกเฉิน
- จุดส่งรถ จุดรับรถ และจุดรวมพลอยู่ที่ใด
- หากจองไม่ได้ ผู้อนุมัติยอมรับแผน B หรือ C แบบใด
หากทีมมีความเสี่ยงเรื่องเอกสารหรือผู้เดินทางเปลี่ยนรายชื่อบ่อย ให้ดู ดูบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดขอบเขตงานของ HR กับผู้จัดให้ชัดก่อนเปิดขาย
สรุป: จะทำให้กรุ๊ปไม่พลาดพระราชวังต้องห้ามได้อย่างไร?
เริ่มจากปิดวันหลักและวันสำรอง เก็บพาสปอร์ตให้ครบก่อน D-10 และตรวจชื่อสองรอบ จากนั้นเตรียมช่องทางจองให้พร้อมก่อนเวลาเปิดขาย D-7 เวลา 20:00 ปักกิ่ง เมื่อได้ผลแล้วจึงล็อกรอบ รถ จุดนัด และ run sheet ฉบับสุดท้าย
ผู้จัดควรรับรองกระบวนการทำงาน แหล่งข้อมูล และเวลารายงานผล ส่วนตั๋วยืนยันได้เมื่อระบบตอบรับแล้ว หาก HR ใช้ใบตัดสินใจ รายชื่อกลาง และแผนสำรองชุดเดียวกัน ทีมจะจัดการความเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นตอนแทนการแก้ปัญหาหน้างาน
แหล่งอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
พระราชวังต้องห้ามซื้อตั๋วหน้างานได้ไหม?
ไม่ได้ตามกฎปัจจุบัน Palace Museum ระบุว่าไม่ขายตั๋วสำหรับวันเข้าชม ต้องจองล่วงหน้าผ่านช่องทางทางการและใช้เอกสารที่ผูกกับรายการตรวจเข้า
คนไทยใช้เลขบัตรประชาชนแทนพาสปอร์ตได้ไหม?
ผู้เข้าชมต่างชาติควรใช้พาสปอร์ตตามข้อกำหนดของ Palace Museum และต้องนำพาสปอร์ตตัวจริงที่ใช้จองไปตรวจเข้า อย่าใช้เลขเอกสารอื่นแทนโดยไม่มีคำยืนยันจากช่องทางทางการ
จองล่วงหน้าเกิน 7 วันได้ไหม?
ระบบทั่วไปเปิดให้จองก่อนวันเข้าชม 7 วัน เวลา 20:00 ตามเวลาปักกิ่ง จึงควรใช้ช่วงก่อนหน้านั้นเตรียมข้อมูลและทดสอบช่องทาง ไม่ใช่คาดหวังว่าจะชำระและยืนยันตั๋วก่อนหน้าต่างเปิด
ถ้าชื่อในตั๋วผิดหนึ่งตัวอักษรแก้หน้างานได้ไหม?
ไม่ควรคาดหวังว่าจะแก้ได้ เพราะกฎปัจจุบันผูกตั๋วกับบุคคลและเอกสารที่ใช้จอง ให้ยกเลิกหรือทำรายการใหม่ตามเงื่อนไขของช่องทางเมื่อยังทัน และขอคำแนะนำจาก Palace Museum หากกรณีไม่ตรงกับเงื่อนไขทั่วไป
กรุ๊ปบริษัทควรเลือกรอบเช้าหรือรอบบ่าย?
เลือกรอบเช้าเมื่อพระราชวังต้องห้ามเป็นกิจกรรมหลักและทีมพร้อมออกเร็ว เลือกรอบบ่ายเมื่อช่วงเช้ามีประชุมหรืออยากลดความเร่ง แต่ทั้งสองแบบต้องเผื่อเวลารถ จุดตรวจ และการรวมคนก่อนเวลาที่ระบบกำหนด
บริษัททัวร์จองแทนได้ทุกแห่งไหม?
เฉพาะบริษัททัวร์ที่ผ่านเงื่อนไขเท่านั้น บัญชีทีมของ Palace Museum มีข้อกำหนดด้านใบอนุญาต ระยะเวลาประกอบธุรกิจ ประกันและการขึ้นทะเบียนไกด์ HR ควรขอให้ผู้จัดระบุช่องทางและความรับผิดชอบให้ชัด โดยไม่ใช้คำว่าโควตารับประกัน