Incentive China
ภาพปกผู้บริหารไทยประชุมกลุ่มเล็กในบรรยากาศหางโจวและเมืองน้ำอูเจิ้น

ได้พักและต่อยอดไอเดีย แจกแพลนโปรแกรม retreat หางโจว 5 วัน

5 สิงหาคม 2569 9 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

ทางเดินริมทะเลสาบซีหู ป่าไผ่ และแหล่งชาหลงจิ่ง ทำให้หางโจวมีหลายจุดที่น่าเผื่อเวลาอยู่เฉย ๆ มากกว่าจะรีบถ่ายรูปแล้วไปต่อ แต่ถ้าอยากแวะเมืองน้ำอูเจิ้นด้วย ก็ต้องคิดต่อว่ามีแค่ 5 วัน จะเที่ยวอย่างไรให้ได้พัก โปรแกรม retreat หางโจว 5 วันจัดได้โดยเริ่มจากทะเลสาบและธรรมชาติ แวะหมู่บ้านชา แล้วค่อยย้ายไปพักอูเจิ้นช่วงท้าย รีทรีตในที่นี้คือทริปพักจากงานประจำเพื่อผ่อนคลายและเปิดพื้นที่ให้คุยไอเดียกัน ลองใช้แพลนรายวันด้านล่างเป็นจุดตั้งต้น พร้อมเลือกเดือนที่เดินสบายและที่พักที่เข้ากับคนร่วมทริป

แจกแพลนโปรแกรม retreat แต่ละวัน หางโจว-อูเจิ้น 5 วันเต็ม

หางโจวเป็นเมืองในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ส่วนอูเจิ้นเป็นเมืองน้ำโบราณในเมืองถงเซียง เขตเจียซิง มณฑลเดียวกัน แพลน 5 วัน 4 คืนนี้เสนอให้เที่ยวหางโจวก่อน แล้วเดินทางสู่อูเจิ้นในวันที่ 3 เพื่อเหลือวันพักในเมืองน้ำโดยไม่ต้องย้อนกลับไปเก็บสถานที่เดิม

คอลลาจผู้บริหารทำเวิร์กช็อป กิจกรรมกลุ่ม และรับประทานอาหารค่ำระหว่างรีทรีตในจีน
คอลลาจผู้บริหารทำเวิร์กช็อป กิจกรรมกลุ่ม และรับประทานอาหารค่ำระหว่างรีทรีตในจีน

ก่อนจอง ลองดูเวลาไปถึงและเที่ยวบินขากลับให้ชัดด้วย คำว่าเที่ยว 5 วันไม่ได้แปลว่าจะมีกิจกรรมได้เต็มวันทุกวัน ถ้าไปถึงช้าให้ลดการเดินเล่นวันแรก ส่วนวันกลับให้ยึดเวลาออกเดินทางเป็นหลัก ตารางนี้จึงใช้เรียงกิจกรรมได้ แต่ต้องปรับช่วงเช้าและช่วงเย็นให้ตรงกับการเดินทางจริง

วันจุดหลักของวันจัดอย่างไรให้มีเวลาพัก
วันที่ 1ทะเลสาบซีหูเลือกเดินเฉพาะช่วงที่สะดวกหลังเข้าที่พัก
วันที่ 2วัดหลิงอิ่นและป่าไผ่หยุนฉีแยกช่วงชมวัดกับเดินธรรมชาติ ไม่เติมจุดแวะจนแน่น
วันที่ 3หมู่บ้านหลงจิ่งและเดินทางสู่อูเจิ้นเผื่อเวลาเรื่องชาและการย้ายที่พัก เลือกพิพิธภัณฑ์ตามเวลาที่เหลือ
วันที่ 4เมืองโบราณอูเจิ้นเปิดให้เดินเล่นหรือกลับไปพักได้ตามกำลัง
วันที่ 5เดินเล่นเช้าและเดินทางกลับเก็บกระเป๋าให้พร้อมก่อนออกเดิน ไม่เพิ่มจุดเที่ยวไกล

วันที่ 1 เที่ยวพักผ่อนริมทะเลสาบซีหู

เริ่มทริปที่ทะเลสาบซีหู แลนด์มาร์กกลางเมืองหางโจว ซึ่งมีทางเดินเชื่อมจุดชมวิวทั้งริมทะเลสาบและแนวทางข้ามน้ำ เหมาะจะใช้เป็นวันค่อย ๆ ปรับตัวหลังเดินทาง ลองเลือกจุดเริ่มและจุดจบให้ชัด แล้วเดินเท่าที่สบาย ไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าว่าจะเก็บให้รอบทะเลสาบ

ถ้ามาถึงช่วงบ่าย ให้เข้าที่พักและจัดการสัมภาระก่อน ค่อยออกไปเดินรับบรรยากาศ ถ้าใครยังล้าจากการเดินทางก็ลดระยะเดินได้ ที่นี่มีรถไฟฟ้าและเรือเป็นทางเลือก แต่ควรเช็คจุดขึ้นและการให้บริการในวันนั้นก่อนนำมาใส่ในแผน โดยเฉพาะเมื่อเดินทางพร้อมกันหลายคน

จุดย่อยรอบทะเลสาบเปิดต่างเวลากัน จึงอย่าผูกวันแรกไว้กับสถานที่ที่ต้องเข้าให้ทันเพียงแห่งเดียว สำหรับทริปเพื่อนหรือครอบครัว นัดแค่จุดพบกันและมื้อเย็นก็พอ ส่วนทีมที่อยากใช้ทริปนี้คุยงาน อาจเริ่มจากถามกันเบา ๆ ว่าแต่ละคนอยากได้อะไรกลับไป แล้วเก็บประเด็นไว้คุยต่อหลังทุกคนหายเหนื่อย

วันที่ 2 สัมผัสธรรมชาติที่วัดหลิงอิ่นและป่าไผ่หยุนฉี

วัดหลิงอิ่นเป็นวัดพุทธเก่าแก่ทางตะวันตกของทะเลสาบซีหู ส่วนป่าไผ่หยุนฉีเป็นเส้นทางเดินในป่าไผ่ใกล้ทะเลสาบ มีทางคดเคี้ยว ศาลา และต้นไม้ใหญ่ ลองวางช่วงชมวัดไว้ก่อน แล้วค่อยไปเดินป่าไผ่ โดยคั่นด้วยเวลาพักและมื้ออาหารตามความสะดวกของกลุ่ม

เสน่ห์ของวันนี้อยู่ที่การได้เปลี่ยนจากริมทะเลสาบมาอยู่ท่ามกลางต้นไม้ แต่คำว่าเดินธรรมชาติไม่จำเป็นต้องหมายถึงเดินจนสุดทุกเส้นทาง ก่อนออกจากรถให้ตกลงกันว่าจะเดินด้วยกันหรือแบ่งตามกำลัง ถ้ามีคนอยากพัก ให้กำหนดจุดรอที่หาเจอง่ายและยืนยันวิธีติดต่อกันไว้ จะได้ไม่ต้องเร่งคนเดินช้าให้ตามคนอื่นตลอดทาง

รองเท้าที่คุ้นเท้าและกระเป๋าที่ไม่หนักเกินไปช่วยให้วันนี้สบายขึ้น ถ้าฝนทำให้ทางเดินไม่สะดวก ให้ลดช่วงป่าไผ่หรือกลับที่พักเร็วขึ้น สำหรับกลุ่มที่ต้องการแลกเปลี่ยนไอเดีย แนะนำให้จดสิ่งที่นึกออกระหว่างทางแล้วค่อยคุยตอนนั่งพัก ไม่ต้องหยุดทุกคนเพื่อเริ่มประชุมกลางกิจกรรม

วันที่ 3 เยือนเมืองแห่งชาที่หมู่บ้านหลงจิ่งและเดินทางสู่อูเจิ้น

หมู่บ้านหลงจิ่งเป็นแหล่งชาหลงจิ่งใกล้ทะเลสาบซีหู เหมาะจะให้เรื่องชาเป็นกิจกรรมหลักก่อนย้ายเมือง ลองเผื่อช่วงเช้าสำหรับเดินชมบริเวณหมู่บ้าน หากสนใจชิมชาหรือฟังเรื่องการทำชา ให้สอบถามกิจกรรมที่เปิดรับและนัดหมายล่วงหน้า อย่าเพิ่งถือว่าทุกจุดมีคนพร้อมสาธิตเมื่อเดินเข้าไป

คนที่อยากรู้เรื่องชามากกว่าการเดินชมหมู่บ้าน อาจพิจารณาพิพิธภัณฑ์ชาแห่งชาติจีน (China National Tea Museum) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ระดับชาติด้านชาในหางโจว พิพิธภัณฑ์มีพื้นที่จัดแสดงแยกกัน โดยส่วนหลงจิ่งอยู่ใกล้หมู่บ้านและไร่ชา ก่อนเดินทางให้ยืนยันว่าจะไปส่วนไหน และเช็คเวลาเปิดของส่วนนั้นให้ตรงกันทั้งผู้เดินทางและคนจัดรถ

วันนี้มีทั้งกิจกรรมและการย้ายที่พัก จึงควรเลือกว่าจะใช้เวลากับหมู่บ้านชาเป็นหลัก หรือเพิ่มพิพิธภัณฑ์เมื่อเวลาเอื้อ ถ้าช่วงเช้าสั้น การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งช่วยให้ไม่ต้องรีบออกจากสถานที่ที่กำลังสนใจ แล้วค่อยรับประทานอาหารและเดินทางสู่อูเจิ้นตามแผนที่ตกลงไว้

เก็บสัมภาระให้พร้อมก่อนออกเที่ยว และยืนยันว่ากระเป๋าจะอยู่ที่ไหนระหว่างแวะหมู่บ้านชา รอบการเดินทางเชื่อมหางโจว ถงเซียง และอูเจิ้นต้องเช็คตามวันจริง จึงควรกำหนดเวลาออกจากหางโจวหลังตรวจเส้นทางเรียบร้อยแล้ว เมื่อถึงอูเจิ้นให้จัดการเข้าที่พักก่อน ถ้ายังมีแรงค่อยออกเดินเล่นใกล้ ๆ โดยไม่เพิ่มกิจกรรมที่ต้องไปให้ทัน

วันที่ 4 พักผ่อนและซึมซับบรรยากาศเมืองโบราณอูเจิ้น

อูเจิ้นเป็นช่วงที่ควรปล่อยให้แผนเบาลง หลังจากวันก่อนมีทั้งเรื่องชาและการเดินทาง ลองเริ่มเช้าวันนี้โดยไม่เร่งนัดหมาย ออกเดินชมเมืองน้ำตามกำลัง แล้วเว้นช่วงกลางวันให้กลับไปพัก อ่านหนังสือ หรือแยกไปทำสิ่งที่แต่ละคนสนใจ ก่อนค่อยนัดพบกันอีกครั้งช่วงเย็น

ถ้ากำลังเลือกที่พัก ให้พิจารณาว่าอยากใช้เวลาตอนเช้าและกลางคืนในเมืองน้ำมากแค่ไหน การพักภายในเขตท่องเที่ยวฝั่งตะวันตกของอูเจิ้น หรือ Xizha ช่วยให้สัมผัสพื้นที่ในช่วงเหล่านี้ได้มากขึ้น ผู้พักในพื้นที่มีสิทธิ์ใช้รถชมวิวตามเงื่อนไขของเขตท่องเที่ยว โดยใช้คีย์การ์ดหรือเอกสารลงทะเบียนที่พัก จึงควรยืนยันสิทธิ์และจุดขึ้นรถกับที่พักก่อนใช้งาน

เรื่องที่ต้องถามก่อนจองคือ จากห้องพักออกไปเดินเล่นสะดวกเพียงใด จุดรับส่งรถอยู่ตรงไหน และสมาชิกที่เดินน้อยจะกลับเข้าห้องได้อย่างไร อย่าเลือกจากรูปห้องอย่างเดียว เพราะทริปที่ตั้งใจพักจะใช้ประโยชน์จากตำแหน่งที่พักค่อนข้างมาก โดยเฉพาะวันที่ทุกคนแยกกันออกไปเที่ยว

ถ้าพาทีมมา อาจนัดวงคุยสั้น ๆ หลังได้พักเต็มที่แล้ว โดยให้แต่ละคนเล่าเรื่องที่อยากลองทำเมื่อกลับไปทำงาน คนดูแลทริปช่วยจดสิ่งที่ตกลงกันได้ ส่วนรายละเอียดที่ยังไม่ลงตัวค่อยนำกลับไปคุยต่อ ไม่ต้องใช้วันพักเพื่อปิดทุกประเด็น การมีช่วงว่างที่ไม่มีนัดหมายจะทำให้สมาชิกเลือกใช้วันนี้ได้ตามความต้องการของตัวเองด้วย

วันที่ 5 สูดอากาศยามเช้าที่อูเจิ้นและเดินทางกลับ

เช้าวันสุดท้ายเหมาะกับการออกเดินใกล้ที่พัก ถ้าเวลาเดินทางเอื้อและอากาศเป็นใจ ลองจัดกระเป๋าให้เรียบร้อยก่อนออกจากห้อง แล้วค่อยไปเดินเล่นหรือรับประทานอาหาร จะได้กลับมาเช็คเอาต์โดยไม่ต้องรื้อกระเป๋าใหม่ทั้งใบ

วันนี้ให้เริ่มวางแผนจากเวลาที่ต้องไปถึงจุดเดินทางขากลับ แล้วย้อนมากำหนดเวลาออกจากอูเจิ้น เผื่อการขนกระเป๋า การรวมสมาชิก และการต่อรถตามเส้นทางจริง ถ้าต้องออกแต่เช้า ให้ตัดการเดินเล่นออกได้เลย เพราะช่วงพักในอูเจิ้นได้อยู่ในแผนวันก่อนหน้าแล้ว

หากเดินทางเป็นกลุ่ม ควรแจ้งจุดรับรถและเวลาเก็บสัมภาระตั้งแต่เย็นก่อนกลับ ส่วนคนที่อยากซื้อของหรือแวะจุดเดิมอีกครั้ง ให้จัดไว้ก่อนวันสุดท้าย จะได้ไม่ต้องเลือกระหว่างกิจกรรมที่ยังค้างกับการออกเดินทางให้ทัน

ดูรายละเอียดทริปเพื่อนำไปเทียบกับช่วงวันเดินทางของคุณได้ที่ โปรแกรมหางโจว-อูเจิ้น Retreat 5 วัน 4 คืน

ไปเที่ยวหางโจวช่วงไหนดี อากาศเหมาะกับการเดินเล่น

ถ้าตั้งใจเดินริมทะเลสาบและพักผ่อนกลางแจ้ง เมษายนกับตุลาคมเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าพิจารณาจากอุณหภูมิเฉลี่ย ส่วนเดือนข้างเคียงก็จัดทริปได้ แต่ต้องเตรียมเสื้อผ้าต่างกัน ช่วงมีนาคม - พฤษภาคมและปลายกันยายน - พฤศจิกายนไม่ได้เย็นเท่ากันทั้งหมด โดยเฉพาะมีนาคมกับพฤศจิกายนที่คนไทยอาจรู้สึกหนาวในตอนเช้าและค่ำ

ภูมิทัศน์ทะเลสาบ คลอง และสวนในหางโจวสำหรับช่วงพักของโปรแกรมรีทรีตผู้บริหาร
ภูมิทัศน์ทะเลสาบ คลอง และสวนในหางโจวสำหรับช่วงพักของโปรแกรมรีทรีตผู้บริหาร

มีนาคม - พฤษภาคม เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับอากาศแต่ละเดือน

มีนาคมเหมาะกับคนที่พร้อมเดินเที่ยวในอากาศค่อนข้างหนาว อุณหภูมิต่ำสุดและสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 6.0 - 13.7°C ถ้าคุ้นกับอากาศเมืองไทยให้เตรียมเสื้อกันหนาวไว้จริงจัง และไม่จำเป็นต้องออกเดินริมทะเลสาบตั้งแต่เช้าตรู่ทุกวัน ค่อยเริ่มกิจกรรมเมื่อทุกคนพร้อมจะสบายกว่า

เมษายนมีค่าเฉลี่ยต่ำสุดและสูงสุด 11.8 - 20.2°C จึงน่าพิจารณาสำหรับทริปที่เน้นเดินชมธรรมชาติ พกแจ็กเก็ตบางที่ใส่และถอดง่าย ส่วนพฤษภาคมอยู่ที่ 16.8 - 25.1°C กลางวันเริ่มอุ่น แต่ยังเดินสบายกว่าเมืองไทยในช่วงร้อนจัด จัดช่วงเดินกับช่วงนั่งพักสลับกันได้ตามสภาพอากาศ

ถ้าต้องเลือกระหว่างเดือนเหล่านี้ ลองถามคนร่วมทริปว่าชอบความเย็นแค่ไหน มากกว่าดูเพียงชื่อฤดู คนขี้หนาวอาจสบายใจกับเมษายนหรือพฤษภาคม ขณะที่คนอยากสัมผัสอากาศเย็นชัด ๆ อาจพิจารณามีนาคม แล้วเตรียมเสื้อผ้าให้พร้อมสำหรับเช้าและค่ำ

ปลายกันยายน - พฤศจิกายน จากอุ่นชื้นไปจนถึงค่อนข้างหนาว

แม้จะเริ่มมองทริปตั้งแต่ปลายกันยายน แต่ค่าเฉลี่ยของเดือนกันยายนยังอยู่ที่ 20.3 - 27.4°C สำหรับคนไทยจึงออกไปทางอุ่นชื้น อย่าเพิ่งคาดว่าจะใส่เสื้อกันหนาวเดินได้ตลอดวัน ส่วนตุลาคมมีค่าเฉลี่ย 14.5 - 22.4°C อากาศเย็นสบายกว่า เหมาะนำมาเป็นตัวเลือกสำหรับแพลนทะเลสาบ ป่าไผ่ และเมืองน้ำ

พฤศจิกายนลดลงมาอยู่ที่ 8.7 - 16.9°C โดยเฉพาะเช้าและค่ำอาจหนาวสำหรับคนไทย ถ้าชอบออกไปเดินหลังอาหารเย็น ให้เผื่อเสื้อกันหนาวที่หยิบใช้ได้สะดวก และเลือกกิจกรรมช่วงกลางวันให้มากขึ้นสำหรับคนที่ไม่ถูกกับอากาศเย็น

ตัวเลขอุณหภูมิข้างต้นเป็นค่าเฉลี่ยรายเดือนของหางโจว ใช้ช่วยเลือกช่วงเที่ยวและเสื้อผ้าได้ แต่ไม่ใช่พยากรณ์เฉพาะวัน ก่อนออกเดินทางควรเช็คอากาศทั้งหางโจวและอูเจิ้น แล้วปรับวันเดินกลางแจ้งให้เหมาะกับสถานการณ์

จัดทริปพาทีมไปพักผ่อนที่จีน ให้ BENS ดูแลโปรแกรมและที่พัก

ถ้าจะนำแพลนนี้ไปจัดให้ทีม เริ่มจากบอก BENS ว่าอยากพักแบบไหน สมาชิกเดินได้มากน้อยเพียงใด และต้องการเวลาคุยงานหรือใช้ห้องประชุมหรือไม่ พร้อมแจ้งช่วงเดินทางและความต้องการเรื่องที่พัก เพื่อใช้หารือโปรแกรมหางโจว-อูเจิ้นให้เข้ากับกลุ่ม หากมีส่วนประชุมร่วมด้วย ดูขอบเขตบริการได้ที่ บริการ MICE และจัดประชุมที่จีน

ก่อนตกลงโปรแกรม ควรยืนยันตำแหน่งที่พัก การรับส่ง และช่วงกิจกรรมอิสระให้ชัด แล้วค่อยจัดนัดหมายของทีมลงไปในเวลาที่เหลือ ส่งรายละเอียดทริปเพื่อเริ่มคุยแผนได้ที่ ติดต่อเรา

สำหรับทีมที่กำลังเทียบการพักผ่อนกับทริปดูงาน สามารถอ่านอีกแนวทางประกอบการตัดสินใจได้:

• อ่านต่อ: กวางโจว-เซินเจิ้น Factory Visit 4 วัน 3 คืน ทริปดูงานที่จ่ายคืนเป็นดีลธุรกิจ

คำถามที่พบบ่อย

โปรแกรม retreat หางโจว 5 วันควรแบ่งเที่ยวอย่างไร?

เริ่มจากทะเลสาบซีหู ต่อด้วยวัดหลิงอิ่นและป่าไผ่หยุนฉี แวะหมู่บ้านหลงจิ่งก่อนเดินทางสู่อูเจิ้นในวันที่ 3 แล้วใช้ช่วงท้ายพักในเมืองน้ำ โดยปรับกิจกรรมวันแรกและวันกลับตามเวลาเดินทางจริง

ไปหางโจวเดือนไหนเดินเที่ยวสบายสำหรับคนไทย?

เมษายนและตุลาคมน่าพิจารณาจากอุณหภูมิเฉลี่ย ส่วนมีนาคมและพฤศจิกายนต้องเตรียมรับความหนาวในตอนเช้าและค่ำ ควรเช็คพยากรณ์ใกล้วันเดินทางอีกครั้ง

ต้องเข้าพิพิธภัณฑ์ชาในวันที่ไปหมู่บ้านหลงจิ่งด้วยไหม?

เลือกตามความสนใจและเวลาที่มีได้ เพราะวันนั้นยังต้องเดินทางสู่อูเจิ้น ถ้าจะเข้าพิพิธภัณฑ์ชาแห่งชาติจีน ให้ยืนยันพื้นที่จัดแสดงและเวลาเปิดก่อนจัดเส้นทาง

พักในอูเจิ้นควรถามอะไรกับที่พักก่อนจอง?

ถามว่าที่พักอยู่ภายในเขตท่องเที่ยวฝั่งตะวันตกหรือไม่ จุดรับส่งรถอยู่ที่ไหน และออกไปเดินเล่นหรือกลับเข้าห้องสะดวกเพียงใด รวมถึงยืนยันสิทธิ์ใช้รถชมวิวสำหรับผู้พักในพื้นที่

ถ้าจัดรีทรีตให้ทีม ควรเตรียมข้อมูลอะไรคุยกับ BENS?

เตรียมช่วงเดินทาง ความต้องการเรื่องที่พัก กำลังเดินของสมาชิก และเวลาที่อยากใช้คุยงานหรือประชุม เพื่อหารือโปรแกรมและการรับส่งให้เหมาะกับกลุ่ม

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: lin.ee/G7k4PEB
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565